ความเห็น


เรียน ศ.ดร.จีระ ฯ และนักอ่านทุกท่าน

สวัสดีครับทุกท่าน ผมเองวัชรพล มณีโชติ บังเอิญผมเข้าไป search หัวข้อดุษฎีนิพนธ์ได้ชื่อเดียวกับคุณธนพล Search มา เพราะผมถึงแม้จะย้ายไปเรียนที่ Shinawatra University แล้ว แต่ก็ยังอยากติดตามความเคลื่อนไหนของ ม.สวนสุนันทาอยู่ หัวข้อดุษฎีนิพนธ์ของผมคือ Cooperative management of Palm oil industry in Chumporn Province. แต่ไม่ตรงทีเดียวกับที่คุณธนพล หามา ที่เป็นการประยุกต์ให้เข้ากับเทคโนโลยี แต่ของผมจะเป็นการสร้างอำนาจต่อรองของเกษตรกรโดยใช้ระบบ สหกรณ์เข้ามาช่วย เพราะพ่อเป็นผู้ริเริ่มโครงการโดยได้รวบรวมชาวสวนปาล์มที่ อ.ละแม กว่า 50 ครัวเรือน เข้ามาเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 3000 กว่าไร่ เพราะระบบสหกรณ์จะมีอำนาจการต่อรองสูงกว่าและได้ราคาดีกว่าขายแบบตัวใครตัวมัน ผมเพิ่งจะกลับมาจากชุมพรเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา เข้าไปเห็นปัญหาของชาวสวนแล้ว ไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไมหากไม่นำความรู้ที่มีเข้าไปช่วยชาวบ้านและครอบครัว จึงขอเปลี่ยนหัวข้อดุษฎ๊นิพนธ์เป็นเรื่องนี้ เพราะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และมีของจริงให้ทดลองด้วย ถึงแม้การเรียนให้จบ ป.เอก อาจจะยังอีกไกลพอสมควร แต่คาดว่าความรู้ที่ได้จากการเข้าไปลองทำด้วยตัวเองน่าจะเกินกว่าความรู้ที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนแต่เพียงอย่างเดียว อาจารย์จีระบอกเสมอว่า ความรู้จะไม่มีประโยชน์ หากไม่ได้นำความรู้นั้นไปใช้ (Value Added)

โชคดีที่ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น คงอีกไม่นานผมคงได้นั่งคุยกับพ่อซึ่งทำงานในสวนที่ชุมพรได้ทางอินเตอร์เน็ต คิดว่าอีกสักเดือนสองเดือนจะแนะนำให้พ่อใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อจะได้เรียนรู้ด้วยตัวท่านเอง ต่อไปมีปัญหาอะไรก็สามารถตั้งคำถาม และคงมีคนที่มีความรู้มากมายเป็นที่ปรึกษาให้ท่านได้ ท่านก็คงได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ และผู้มีความรู้ก็จะได้มีโอกาสที่จะนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติจริง ๆ เข้ากับบริบทของอาจารย์จีระที่ต้องการเห็นการนำความรู้ที่มีมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันและเกิดเป็นชุมชนการเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ

ขอฝากคำถามถึงท่านอาจารย์หน่อยครับ เพราะเมื่อวันศุกร์ต้นเดือนผมได้เข้าไปฟังเสวนาทางวิชาการที่โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ เสียดายที่ส่งคำถามไม่ทัน ผมได้รับเอกสารจาก พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ที่เป็นสูตรว่า ความสำเร็จ = ความสามารถ x ความขยัน x คุณธรรม ซึ่งผมค่อนข้างเห็นด้วยกับสูตรนี้ แต่ถ้าผมจะเพิ่มตัวแปรเข้าไปอีกหนึ่งตัวเป็น ความสำเร็จ = (ความสามารถ x ความขยัน x คุณธรรม ) x โอกาส จะได้ไม๊ยครับ เพราะโอกาสที่ใส่เข้ามาทำให้ความสำเร็จทวีคูณหรือเป็น 0 ไปเลย หากมีทุกอย่างแต่ไม่มีโอกาส เช่นเดียวกับทหารชั้นประทวนที่ต่อให้มีครบทุกตัวแปรเต็ม แต่เมื่อคูณด้วย 0 แล้วทุกตัวก็ไม่มีค่า จะทำให้สมการมีค่าได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นพลเรือน แล้วความสูญเสียที่กองทัพลงทุนไปกับบุคคลเหล่านั้นมีค่ามากมายเพียงใด หรือความรู้สึกที่บุคคลเหล่านั้นสูญเสียไปจะประเมินด้วยอะไร ผมกับเพื่อนรุ่นพี่อีกคนเคยเข้าสอบคัดเลือกเป็นเสมียนฑูตสอบผ่านทุกอย่างไปตกรอบสัมภาษณ์สุดท้าย เพียงเพราะเขาบอกว่าเราสองคนความรู้สูงเกินไป ฟังดูน่าดีใจนะครับ ที่ผู้ใหญ่ในกองทัพเอ่ยปากชม บังเอิญผมคิดมากกว่านั้น ผมจึงคิดว่าสูตรที่ท่านบุญสร้างนำมาให้เป็นข้อคิดนั้น หากเพิ่มตัวแปรเข้าไปอีกตัวน่าสนใจอย่างยิ่งครับ ผมอยากเห็นคนที่องค์การสร้างมากับมือจะได้มีพื้นที่ให้ได้ยืนในที่ ๆ เขารัก เพื่อจะได้พัฒนาพื้นที่ตรงนั้นให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป เพราะส่วนใหญ่เขาไม่สามารถทนต่อแรงเสียดทานได้ก็ถอยไปกันจนหมด แล้วถ้าผมถอยอีกคนก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปที่ทำอย่างนั้น แต่ถ้าผมจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อคนรุ่นต่อไป ผมไม่สู้ว่าความรู้ที่มีนั้นจะเป็นประเภท "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" หรือปล่าว ซึ่งผม "รักที่จะเป็น" ตั้งแต่แรก แต่ไม่อยากเป็น "รักในสิ่งที่ผมเป็น" เพราะผมว่ารักที่จะเป็นคนเราน่าจะคั้นศักยภาพออกมาใช้งานได้มากกว่า

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

วัชรพล มณีโชติ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี