• P
  • สวัสดีค่ะคุณหมอโรจน์
  • จริงๆ แล้ว งานหนักไหม?
  • อาจจะมอง หนัก?
  • แต่พี่เกศถามตัวเอง ทีม ก็เหมือนยังคงมีความสุขกับงานที่ทำ พูดภาษาเดียวกัน
  • งาน Palliative care ที่นั่นมีหลากหลายกิจกรรม ที่เอื้อซึ่งกันและกัน และพัฒนาไปด้วยกันได้
  • โครงการเล็ก น้อยใหญ่ มาต่อจิกซอร์กัน
  • CoP เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำเพื่อให้มีบริบทหรือส่วนที่คนทำงานแบบเดียวกันจะมาแลกเปลี่ยน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มพยาบาล เพื่อหาแนวปฏิบัติ อาจได้องค์ความรู้ หรือในที่สุดอาจได้นวตกรรมในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • CoP เด็กระยะสุดท้าย เกิดหลังจากมีทีมการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย แบบสหสาขาวิชาชีพที่ศรีนครินทร์ ซึ่ง มีอาจารย์แพทย์ผู้ใหญ่หลายท่านที่สนใจพัฒนางานด้านนี้ เช่น อาจารย์หมอศรีเวียง อาจารย์สุรพล
  • เราไม่ได้ใช้ CoP เพื่อนำ case มา plan ดูแลร่วมกัน เพราะ CoP ของเราที่ทำอยู่ เราจะแลกเปลี่ยนทุกประเด็น จากเรื่องเล่าของแต่ละคนที่มาจากทุก area ในโรงพยาบาล ตามประสบการณ์ที่มีในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทุก aspects
  • แต่เวลาเราดู case ร่วมกันเฉพาะผู้ป่วยเด็ก เรามีอีกเวที ที่เป็นสหวิชาชีพ คือ Palliative  care grand round (พี่เกศจะ update current profile และสือสารทีม เดือนละ 2 ครั้ง) จัดทุก พฤหัสที่ 1 และ 3 ของเดือน แต่เราก็จะนำข้อมูลทุกส่วนมาสื่อสาร บูรณาการ คือ link กันในทีมค่ะ วางแผนดูแล case ร่วมกัน รวมทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ตอนนี้มีอยู่ 16 รายค่ะ
  • ถ้าอาจาจารย์มีโอกาสแวะมาขอนแก่น
  • ทีมเรายินดีต้อนรับนะคะ
  • จะได้แลกเปลี่ยน งาน palliative care และเป็น Network ในอนาคต
  • พอดีพี่เกศทำหน้าที่ Pediatric palliative care co-ordinator และเป็นเลขาคณะกรรมการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของ รพ. ศรีนครินทร์ด้วย
  • เรายังไม่มีหน่วย PAlliative
  • แต่กิจกรรมใดก็ตามที่ส่งเสริมและพัฒนาไปด้วยกันได้ ต่อจิกซอร์ ทำเป็นทีม สื่อสาร พูดคุย ช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ดี ส่วนตัวพี่เกศคิดว่าพึงทำ
  • เพราะเราทำงานเป็นทีม
  • ไม่หนื่อยเท่าไหร่ค่ะ หวังว่าเมื่อทุกๆ อย่างค่อยๆ ลงตัว
  • พี่เกศแลกเปลี่ยนเท่านี้ก่อนนะคะ เพราะคุณหมอก็อีกท่านที่ทำ Community based for palliative care..