ถือว่าเป็นอุดมการณ์ที่ดีของคณะกรรมการ แต่ในฐานะคนนอก ผมคิดว่า การแข่งขันอะไรก็ตามโดยเฉพาะงานฝีมิอแบบนี้ ผมเองก็เคยประกวดบ้างสองสามครั้ง ซึ่งก็เจอปัญหาต่างๆนาๆที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องของผู้จักงานที่จะต้องชี้แจงให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันได้ทราบถึงรายละเอียดของการแข่งขัน ผมขอย้ำเรื่องของรายละเอียดของการแข่งขันนะครับ ซึ่งมันก็อยู่ที่การสื่อสาร ถ้าผู้จัดงานสามมารถออกระเบียบและทำเนรายละเอียดของการแข่งขันได้สมบูรณื มันก็จะสามารถกำจัดปัญหาต่างๆเช่น การจ้างทำ การทำมาก่อนล่วงหน้า มีคนช่ววยมากกว่าที่กำหนด หรือการทำไม่ถูกต้องตามประเภณี

ตามที่ได้อ่านสิ่งที่คณะกรรมการตัดสิน อันสวยงามไม่ได้รางวัล อันนี้เสียดายผมไม่ได้อ่านรายละเอียดของการแข่งขัน แต่ผมคิดว่า ผู้เข้าแข่งขันพยายามทำอย่างไรก็ได้ที่ให้พานของตัวเองสวยที่สุดเด่นที่สุด ซึ่งมันเป็นความคิดสร้างสรรค์(มากกว่าประยุกต์)เพราะการทำบายศรีไม่ได้มีข้อกำหนดว่าควรทำแบบนั้นแบบนี้ เพราะประเพณีแต่ละหมู่บ้านย่อมมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ชี้จำเพาะว่าเป็นบ่ายศรีอีสานหรือบ่ายศรีของถิ่นใดก็ตาม ก็คือเครื่องสังเวย ไม่ใช่ความสวยงาม หรือประยุตม์ไม่ประยุกต์ ผมเองได้สัมผัสบายศรีหลายๆที่เหมือนกัน และแต่ละที่ก็สวยๆทั้งนั้น โดยเฉพาะแถวร้อยเอ็ด ขอนก่อน สวยๆทั้งนั้น ซึ่งบายศรีอีสานที่อลังการก็จะอยู่ในตัวเมือง แต่บายศรีธรรมดาๆก็จะอยู่แถวๆชานเมือง ซึ่งถามว่า อันสวยๆงามๆ อลังการ เป็นบายศรีอีสานไหม ก็เป็น

นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการพึงพิจารณาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าสวยเกินไปไม่ใช่บายศรีอีสาน แต่เป็นบายศรีประยุกต์ ไม่ควรได้รางวัล คณะกรรมการต้องมองให้กว้าง และสามารถตอบคำถามผู้เข้าแข่งขันได้ด้วยว่า เพราะอะไร ผลถึงออกมาเป็นอย่างนั้น ทั้งๆที่ผลงานออกมาดี คนภายนอกบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อันนี้แหละได้ที่ ๑ แน่นอน แต่ผลออกมาได้รังวัลชมเชยซะงั้น อย่างนี้ก็ไม่ใช่

เพราะฉะนั้นคณะกรรมการก็ควรพิจารณาตรงนี้ด้วย นี่เป็นการแข่งขันการทำบายศรีอีสาน ไม่ใช่บายศรีโบราณ