ความเห็น 1445566

บรรณารักษ์แนวใหม่ กว่าจะได้ต้องใช้เวลาอีกกี่ชาติ

sc21mc
IP: xxx.172.64.45
เขียนเมื่อ 

30 กค.2552

สวัสดีครับ ไม่ได้พบกันนานมากๆ ผมอยู่ไกลมาก บ้านอยู่ห่างจากพรมแดนไทย-พม่าประมาณ 5 กม.อาศัยการศึกษาจาก InterNETs เป็นหลัก จากบทความของมติชนนั้น เป็นบทสท้อนที่ดี เกี่ยวกับบรรณารักษ์ และระบบห้องสมุดในประเทศไทย ที่เกี่ยวกับงบประมาณในการจัดการความรู้เพื่อการบริการการอ่าน งบประมาณค่อนข้างอัตคัด น่าสงสาร ตัวอย่าง แค่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกือบ 95% สอบตกการประเมินเรื่องงบประมาณแทบจะไม่ถึง4% ของยอดรวม มีเพียงไม่กี่แห่งที่รอดตัวมาได้ ด้วยกระบวนการหลอกล่อเรื่องตัวเลข ให้สับสนไปมาจนผ่าน การประเมินแบบเส้นยาแดงผ่าแล้วผ่าอีก นอกจากนั้นห้องสมุดอื่นๆไม่ต้องกล่าวถึง เป็นยิ่งกว่าความน่าสงสารเมื่อเป็นเช่นนี้ จะแสวงหา งานบริการสารสนเทศจากอะไรได้แค่ไหน ห้องสมุดจะมีอะไรให้ผู้คนเข้ามาค้นหา เพราะมาแล้วไม่พบอะไรเลย...การจัดหาจึงกระท่อนกระแท่นไปทุกหนทุกแห่ง

และก็จะกระทบไปถึง การจัดสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ ที่ต้องระหกระเหินไปตามมีตามเกิดและส่วนมากก็จะแสวงหาจากเงินนอกงบประมาณ เท่าที่บรรณารักษ์ จะหามาได้ด้วยกลวิธีต่างๆ, บรรณารักษ์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ปัจจุบันแทบทุกสถาบันที่ผลิตบรรณารักษ์ ต้องเผชิญอยู่ด้วยความขมขื่น ที่บัณฑิตสาขาบรรณารักษ์ฯ จบแ้ล้วไม่มีงานทำ ไม่มีอัตราแม้แต่ในโรงเรียน ส่วนมากจะไปสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราว1 ปี เพราะตามโรงเรียน ห้องสมุดขาดแคลนบุคคลากรสายอาชีพโดยตรง ส่งผลให้หลายสถาบัน ไม่มีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนเลย แล้วจะให้ บรรณารักษ์วิชาชีพรุ่นใหม่ๆ เข้าไปพัฒนาระบบห้องสมุดของประเทศได้อย่างไร....หลักสูตรบรรณารักษ์เป็นอีกกรณีหนึ่ง ที่ต้องหันกลับมาวิเคราะห์กันอย่างหนักมากๆ ถึงอนาคของงานในสาขาวิชาชีพนี้ ผมเคยนำเสนอหลักสูตรวิชาหนึ่งไว้ ว่านอกเหนือจากรายวิชา ปรัชญาบรรณารักษศาสตร์แล้ว โลกปัจจุบันบรรณารักษ์ ต้องเข้าใจถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ Social Chaos & globalization,สังคมโลกยุค PostModern ซึ่งวิชานี้จะปรากฎในรายวิชาที่ชื่อ Future Science ถ้าบรรณารักษ์ยุคปัจจุบันไม่เข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัว เพื่ออนาคตข้างหน้า วิชาชีพนี้จะเป็นเพียงผู้เฝ้าหนังสือและดูแลสารสนเทศให้อยู่บนชั้นเก็บเท่านั้น การเข้ามาของกระบวนการแสวงหาความรู้ของ Wikipedia, You Tube, Google, e-Journals,e-books etc. เป็นตัวแบบของห้องสมุดสมัยใหม่ ที่ทำให้งานของบรรณารักษ์และห้องสมุด จะพัฒนาไปสู่พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุตกสมัย หรือแหล่งเก็บวิทยาการแบบ ประวัติศาสตร์ของความรู้-ประวัติศาสตร์ของวิชาต่างๆ .....งานส่งเสริมการอ่านเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ห้องสมุด และบรรณารักษ์ จะต้องเผชิญกับ กระบวนการเอาหน้าต่างๆของบุคคลต่างๆในปีแห่งการอ่าน ปัญหาที่เกิดขึ้นจะกลับกลายเป็น Paradox problem เรามีสาระความรู้อะไรให้ผู้อ่านสืบค้นหาอ่านบ้าง ทุกวันนี้ หนังสือดีและมีคุณภาพ มีเฉพาะบางกลุ่มวิทยาการเท่านั้น สาขาอื่นนอกจากหายากแล้ว ราคายังแพงอีกด้วย โดยเฉพาะหนังสือได้รับรางวัลราคายิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณ หลายๆสิบๆปี ที่ผ่านมาเราจะพบว่า มีสาขาวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้นเท่านั้น ที่ได้รับการโปรโมทยกย่อง ให้มีการอ่านค้นคว้าได้ แล้วสาขาอื่นๆละ คำถามที่ว่า ทำไมคนไทยสนใจวิชาวิทยาศาสตร์น้อยลงทุกวัน ก็เป็นเพราะเราไม่เคยมีวรรณกรรมสาขาวิทยาศาสตร์ดีๆมีคุณค่า โปรโมทยกย่องให้ผู้คนรู้จักแสวงหา

มีข้อเสนอ อยู่ว่า ทำไมวรรณกรรมสาขาอื่นๆ ไม่มีรางวัลเป็นของตัวเองโดยเฉพาะ

ถ้า ผู้อำนวยการ หรือจัดการ จะสร้างกระบวนการส่งเสริมการอ่านด้วยการให้รางวัลและทำราคาให้ถูกลงเพื่อการเผยแพร่ไปทั่วทุกหนทุกแห่งด้วยการ

1. ตั้งราคาวรรณกรรม ที่ได้รับรางวัล 1รางวัลมูลค่า xxx บาท

แล้วแบ่งออกเป็น 3ส่วน คือ

1.1 มอบให้ผู้แต่งผู้ประพันธ์

1.2 มอบให้สำนักพิมพ์ที่เป็นเจ้าของ ที่จะต้องมีข้อกำหนดไว้ ว่าภายในระยะเวลา 1ปี จะพิมพ์ขายได้ในราคาไม่เกินกว่า 25 หรือ 50 บาท และเมื่อหมดปีไปแล้ว มีเล่มที่ได้รางวัลใหม่ปรากฎออกมา สามารถพิมพ์ขายได้ตามอัธยาศัย(เพื่อทำให้ราคาเป็นที่แพร่หลาย ไปทุกหนทุกแห่ง ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการอื่นๆตรงนี้มากมายตามมา คุณค่าของวรรณกรรม ที่ได้รางวัลจะปรากฎไปทั่ว)

1.3 ซื้อและมอบให้กับห้องสมุดทุกแห่งทั่วประเทศ ตามจำนวนที่กำหนด

2.รางวัลวรรณกรรม จะต้องมีรางวัลเฉพาะในทุกปี จะต้องมีรางวัลวรรณกรรมสาขาฟิสิกส์, รางวัลวรรณกรรมสาขาเคมี,รางวัลวรรรณกรรมสาขาชีววิทยา ฯลฯ อีกหลากหลายสาขาเป็นรางวัลเฉพาะทาง (ไม่ใช่รางวัลมั่วๆแบบทุกวันนี้ ท่านลองใช้สมองคิดง่ายๆว่า ถ้าเอาวรรณกรรมเรื่อง ความสุขของกะทิ ไปเปรียบเทียบกับวรรรณกรรมเรื่อง ชีววิทยาของแมลง แ้ล้วพิจารณาตัดสินให้รางวัลวรรรกรรมที่ดี อีกกี่ร้อยปี วรรณกรรมเรื่อง ชีววิทยาของแมลง จึงจะได้รับรางวัลบ้าง)

3. ใครคือผู้ตัดสิน ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด ในงานการส่งเสริมการอ่าน ก็ ผู้ที่ทำงานวิชาชีพ-บรรณารักษ์และห้องสมุด ทั้งประเทศลงคะแนนโหวต และประกาศผลให้ ตรงนี้ เราจะพบว่านี่ คือ พลังอำนาจที่ทรงคุณค่ายิ่งของ บรรณารักษ์วิชาชีพ ที่จะพึงมีต่อสังคมการอ่านการเรียนรู้

เป็นเพียงข้อเสนอที่ เพ้อฝันไปหน่อย แต่น่าจะทำได้และพวกบรรณารักษ์รุ่นใหม่ๆทั้งหลาย น่าจะขยายวงไปได้มากมายกว่านี้ อย่าเพิ่งง่วงนอนนะครับ ขอจบเท่านี้ก่อนแล้วจะเขียนมาใหม่ครับ