แต่เราจะ ใช้ทุกข์นี้ให้เกิดประโยชน์ เป็นปุ๋ย สำหรับการภาวนา ได้อย่างไร?
มีทุกข์ก็เหมือนมี "ขี้" อยู่หน้าบ้าน
ขี้นั้นทั้งเหม็น ทั้งสกปรก น่ารังเกลียด
มันน่ารังเกลียดเพราะมันอยู่บนถนน อยู่หน้าบ้าน อยู่ในสังคม
แต่ลองเอาขี้มาไว้ใต้ต้นไม้ ลองเอาขี้มาไว้ในดินสิ โอ้โห ต้นไม้ชอบ ของโปรดเลย
ทุกข์ก็เป็นเช่นนั้น
หากมีทุกข์ ก็เปรียบเสมือนมีขี้อยู่กองหนึ่ง
ให้ลองพิจารณาขี้กองนี้แหละ ดูซิมันเหม็นไหม น่ารังเกลียดไหม ถ้ายังไม่รู้ต้องลองดม แต่ถ้าไม่ถึงใจก็ให้ลองกินดู คราวนี้ก็จะรู้ว่าหมู่หรือจ่า
เมื่อทุกข์เราไม่ต้องทำอะไรมากนอกเสียจาก "ดูความทุกข์"
ดูซิว่า ทุกข์แล้วเราสั่งให้ร่างกายและจิตใจของเราหายทุกข์ได้ไหม
ลองเอานาฬิกามาตั้งจับเวลาไว้เลย บอกกับมันว่า
เฮ้ย... ข้าให้เวลาเอ็งสองชั่วโมงนะ ครบสองชั่วโมงแล้วให้หายทุกข์ ดูซิว่ามันเชื่อเราไหม
ไหนว่าเรารัก เราหวงเขานักหนา
ใจนี้ก็ของเรา กายนี้ก็ของเรา ความทุกข์นี้ก็ของเรา ถ้าเป็นของเราจริงบอกให้มันหายทุกข์ ให้มันเลิกทุกข์ มันหายมั๊ย
มันไม่หาย ทำไมมันไม่หาย ก็เพราะเรายังมีตัว มีตน
ยังคิดว่านั่นก็ของเรา นี่ก็ของเรา ทุกข์นี่ก็ของเรา...
เมื่อทุกข์ก็ "ไม่อยาก" ทุกข์
เมื่อทุกข์ก็ "อยาก" หนีทุกข์
ชีวิตที่ตัวแต่อยากโน่น ไม่อยากนี่ก็ต้องทุกข์ร่ำไป
ทุกข์มาก ๆ ทุกข์ไปเรื่อย ๆ ทุกข์แล้วสมุหทัย ย่อมถึงไซร้นิโรคและมรรค...
ตอนนี้เริ่มก้าวแรกก็กระโดดลงทุกข์ก่อน ยอมรับทุกข์ก่อน ก้าวที่สอง สาม สี่ ย่อมตามมา
ลองทุกข์ดูนะ ลองดู...