มาขอเรียนรู้ ไม่ทราบจริงๆ พิธี"หงายบาตร" ตัดกรรม
.........................................................................................
สวัสดีครับ คุณ
นายประจักษ์~natadee
มาขอเรียนรู้ ไม่ทราบจริงๆ พิธี"หงายบาตร" ตัดกรรม
.........................................................................................
♫ ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ครับ
จาก...พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ( ต่อ )
ส่วนการตัดกรรมก็คือ การตัดพฤติกรรมที่ไม่ดีของตนเองออกไป เช่น หากเป็นคนคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว แล้วเลิกคิดชั่ว เลิกพูดชั่ว เลิกทำชั่ว อันนี้สิตัดกรรม แต่การตัดกรรมด้วยการบนบานศาลกล่าว ตัดกรรมด้วยการติดสินบนเทวดานั้น ไม่ใช่การตัดกรรมในทางพุทธศาสนา
หากเขาจะเรียกวิธีการนี้ว่าการตัดกรรมจริงๆ ก็คงเรียกได้ แต่เนื่องจากไม่ใช่วิธีการตัดกรรมแบบพุทธ ก็อยากให้เรียกเพิ่มไปสักหน่อยว่าเป็นการตัดกรรมแบบของใคร เพราะหากใช้วิธีทางไสยศาสตร์ ไสยเวทย์ แล้วมาเรียกว่าเป็นการตัดกรรม จะเป็นการนำคำสอนนอกรีตนอกรอยมาใส่ลงในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำมปนเปื้อน ทำให้ชาวพุทธสับสน”
พระมหาวุฒิชัยให้ความรู้ต่อไปอีกว่า “กรรม” คือ การกระทำอันเป็นปัจเจกของบุคคลใดบุคคลนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสอนเอาไว้ว่า ความบริสุทธิ์หรือไม่เป็นเรื่องของปัจเจก
“พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ตนทำชั่วเอง จิตก็จะเศร้าหมองเอง ตนทำดีเอง จิตก็จะบริสุทธิ์เอง คนอื่นจะมีช่วยทำพิธี อธิษฐานตัดกรรมแทนกันหาได้ไม่ การที่ทำชั่วเองแล้วจะให้คนอื่นมาตัดให้ไม่ใช่แนวของศาสนาพุทธอย่างสิ้นเชิง ที่คิดจะทำกันไม่ใช่เรื่องของพุทธ แต่เป็นเรื่องของทางไสยศาสตร์
ที่สำคัญ การหงายบาตรการตัดกรรมไม่ควรจะเป็นเรื่องของการเมือง การหงายบาตรเป็นมาตรการของสงฆ์ในการเตือนให้คนทำผิดสำนึกผิด การตัดกรรมเป็นเรื่องของการสั่งสอนให้คนทำผิดทำชั่วเลิกทำผิดทำชั่ว เปลี่ยนพฤติกรรม ตัดความชั่วออกไป นั่นคือการตัดกรรมตามหลักของพระพุทธศาสนา”
ในประเด็นสุดท้ายที่ชาวพุทธหลายๆ คนอยากรู้ คือ การที่วัดออกมาทำพิธีที่ดูแล้วออกจะไม่ใช่แก่นแท้ทางศาสนา แต่หนักไปในทางไสยศาสตร์เช่นนี้ จะถือเป็นการอวดอุตตริมนุสสธรรมหรือไม่นั้น พระมหาวุฒิชัยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ โดยกล่าวเพียงว่า ให้ข้อมูลในเชิงวิชาการ ตามหลักพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ที่เหลือก็อยากให้ประชาชนพิจารณากันเองด้วยปัญญา
“ส่วนที่โยมถามเรื่องการหงายบาตร-ตัดกรรมอย่างที่เป็นข่าวนั้น อาตมาไม่ขอพูด แต่ขอให้เป็นหลักการอย่างที่กล่าวมา ที่อธิบายให้ฟังมาในเชิงวิชาการ ก็อยากให้ประชาชนนำไปขบคิดพิจารณาหาคำตอบว่า พุทธหรือไม่พุทธ ใช่ตามหลักศาสนาหรือไม่ใช่...อาตมาขอเจริญพร” พระมหาวุฒิชัยทิ้งท้าย
.......ค้ดจากผู้จัดการออนไลน์