คุณหมออนิศราคะ,

ตัวเองก็ยังปีนไม่ถึงเหมือนกันล่ะค่ะคุณหมอ  แหะ ๆ 

แต่จะว่าไปแล้ว  มันเหมือนกันนี่ล่ะค่ะ  ที่เราไปเรียนด้วยกันที่วัดห้วยส้ม กับเซนนี่น่ะ  มันหลักการเดียวกัน

ก็ค่อย ๆ กำหนดไปทีละอย่าง แล้วก็อยู่กับปัจจุบันแค่นั้นเอง

แต่ที่คุณหมอวิเคราะห์เรื่องว่ายน้ำมานี้ใช่เลยค่ะ

คิดว่าคุณหมอคงจะปีนถึงแล้วนะคะ  เผลอ ๆ สูงกว่าข้าพเจ้าแล้วด้วย

เพราะสังเกตุตัวเองเหมือนกันค่ะ  เวลาเกร็งมากจะออกดาบผิดตลอด  ไม่สามารถทำให้มันออกไปถูกวิถีดาบดัง ฟิ้ววว ได้เลยสักครั้งเดียว  แม้นจะใส่แรงเยอะแค่ไหน เหวี่ยงแรงยังไงน่ะนะคะ

ตอนหัดใหม่ ๆ นี่ยังนึกเลยว่า  ดาบซามูไรนี่เขาออกแบบมาสำหรับไว้ฝึกการเจริญสติอย่างเดียวเลยเหรอเนี่ยฮึ

คืออธิบายไม่ถูกน่ะนะคะ  ถ้าไม่ได้ทำท่าประกอบหรือมีภาพประกอบ  แต่เหมือนกับว่า  ใน ๓๖๐ มุม  อาจจะมีอยู่มุมเดียว ที่เป็นการออกดาบที่ถูกต้อง  และต้องทำแบบไม่เกร็งด้วย  ว่างั้น

ถ้าทำผิด  ก็จะเห็น "ใจ" ตัวเองหงุดหงิดมั่ง ท้อแท้มั่ง กระวนกระวาย  ใจร้อน สงสัย  สารพัดค่ะ 

เห็นความเป็นเหตุเป็นผลของกายและใจค่อนข้างจะชัดค่ะ

แต่ถ้าทำถูก และไม่เกร็ง  และเผลอไปนี่  ใจมันก็เสวยอารมณ์สะใจไปอีกแบบได้นะคะ  ถ้าไม่ระวัง

ฝึกแป๊บเดียวนี่น่ะค่ะ  เห็นหลายอย่าง  โดยมากทำไปแล้วก็ละอายใจตัวเอง  เห็นกิเลสเยอะค่ะ

บางทีไปเรียนครั้งถัดไป  ไม่ค่อยกล้าสบตาเซนเซ  เพราะรู้สึกท่านอ่านเราทะลุปรุโปร่งทุกครั้ง  ชอบพูดอะไรเปรย ๆ เหมือนไม่จงใจแต่เราแอบสะดุ้งน่ะค่ะ

เหมือนครูบาอาจารย์ที่เขียนบล๊อกอยู่แถว ๆ นี้ท่านนึงน่ะค่ะ  ฮิ ๆ

มีเหมือนกันนาน ๆ ทีที่เซนเซออกจม.เตือนมา  เรื่องให้ดูจิตใจตัวเองเวลาแข่งขัน  ตอนนั้นเซนเซให้ฝึกปะลองครั้งแรกค่ะ  แล้วไม่ยอมบอกอะไรเลย

ให้ลงสู้กับแชมป์เอเชียเลยด้วย  แล้วเกิดมาเราไม่เคยเห็นว่าการแข่งชนิดนี้มันเป็นยังไง  เมืองไทยไม่มีการเล่น  ทีวีก็ไม่เคยเห็น 

เซนเซต้องการทดสอบเราน่ะค่ะ  ว่าจะมีการแก้สถานการณ์อย่างไร 

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า  คือ ต้องการดู "ใจ" ของเราน่ะค่ะ  ว่าเป็นอย่างไร

ปรากฏว่าเราก็คนไทยไงคะ  ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ฮิ ๆ  ไม่รู้นี่นา  ก็เลยเข้าคลุกวงในเสียสนุก  นึกถึงเวลามวยไทยแข่งกันไว้ก่อน 

แล้วก็อาศัยสวมหัวใจเสือนี่แหละค่ะ  สู้ตาย หลับหูหลับตา  มั่วอย่างเดียว  แล้วก็พยายามนึกว่า ที่เราเคยอ่านมูซาชิมาน่ะ เขาทำกันท่าไหนมั่ง

พอโดนเข้าไปหลายดาบ  ก็ไม่ได้การล่ะ  ใช้ไม้ตายมูซาชิเลยดีกว่า คราวนี้ฝ่ายแชมป์เอเชียถอยกรูดเลยค่ะ  เจอลูกกระโดดเอาดาบฟาดหัวดังเปรี้ยงเต็มแขน  เหมือนตบวอลเล่ย์ของข้าพเจ้า  เพราะคงไม่มีในการแข่งขันทั่วไป 

อุ๊ย ชักมันส์  ทำท่าจะต่อ  แต่เซนเซรีบยุติการชก เอ๊ย ประลอง  แล้วอาทิตย์ต่อไป  ก็ได้จม.สั่งสอนจากเซนเซ  เรื่อง การให้ฝึกดูใจในการแข่งขัน  ให้ไม่นึกถึงแต่จะเอาชนะ  แล้วก็สอนให้ดูแค่เรื่องจังหวะและนน.ของการออกดาบ  และระยะทางการออกดาบที่สัมพันธ์กับสองสิ่งนั้นน่ะค่ะ

เพราะนึกย้อนกลับไปแล้ว  ที่เราทำ ๆ ไปด้วยความไม่รู้นั้น  มันเป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ทั้งนั้นเลย  ที่ต้องการแข่งขัน เอาชนะ แล้วพอเริ่มได้อะไรมา  ก็มักจะขาดสติ  หน้ามืด ตามัว จะเอาอีก ๆ ไม่รู้จักพอ

และหลายครั้ง ทำอะไรแต่พอควร เพื่อยังชีพ หรือให้ได้มาซึ่งเป้าหมาย ก็พอแล้ว  แต่เซนเซคงเห็นว่านั่นทุ่มแบบเอาเป็นเอาตาย  อารมณ์เหมือนพุ่งเข้าใส่แบบเล่นอเมริกันฟุตบอล

เวลาไปดูการแข่งดาบระดับสูงที่ญี่ปุ่น  ระดับปรมาจารย์นั้นนิ่งมากจะสงสัยเลยค่ะว่ากระพริบตา หรือว่าหายใจกันบ้างหรือเปล่า แหะ ๆ

แต่บทจะออกดาบนั้น  ก็เร็วจนพวกเราดูกันไม่ทันอีกน่ะค่ะ

ตัดสินกันในดาบเดียว......

อืมม......

 

ตัวเองยังต้องเรียนอีกเยอะเหมือนกันค่ะ คุณ try,