หลวงพี่อ่านที่คุณหมอประเวศเสนอดี ๆ ก่อน ดีไหมคะ
ท่านเสนอสิ่งที่ "ควรทำ" ว่าถ้าทำแล้ว จะ "มีความสุข"
ท่านไม่ได้บอกว่าท่านจะเสนอสิ่งที่ "จะสามารถทำได้" ตาม "ข้อเท็จจริงทางสังคม" ค่ะ
กุศลนั้นเกิดจากเจตนาผู้คิด ผู้พูด ผู้อนุโมทนา และผู้เริ่มกระทำนะคะคิดว่า
คิดเมื่อใด อนุโมทนาด้วยเมื่อใด ลงมือทำเมื่อใด บุญสำเร็จเมื่อนั้นค่ะ
คนเราจะมี "ความสุข" เมื่อสามารถประคองใจให้เป็นกุศลได้ในทุก ๆขณะจิตมั้งคะ?
คำว่า "สังคม" ก็ดี หรือสิ่งภายนอกใด ๆ ที่จะมากระทบก็ดี มันจะเป็นอย่างไร มันก็เป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้วเป็นธรรมดา ไม่ว่าเราจะไปจัดแจง จัดการ ยุ่งเกี่ยวเสนอแนะ กับมันด้วยหรือไม่ เราก็คงมีหน้าที่กำหนดรู้ด้วยสติเพื่อให้เกิดปัญญา
แล้วกระบวนการนั้นล่ะค่ะ มันก็ดับทุกข์ไปในตัว
ใครทำ ใครก็ได้ผลเดี๋ยวนั้นเลยน่ะค่ะ
หลวงพี่คิดแบบกระบวนการ "วิชาการ" ทางตะวันตกมากเกินไปหรือเปล่าคะ ถึงได้บอกว่ารู้สึกกระทบกระทั่งทางจิต เมื่อได้ยินข้อเสนอเช่นนี้?
กระทบจิตสิคะยิ่งดี ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือนค่ะ
หนูก็ไม่บังอาจสอนหนังสือสังฆราชหรอกนะคะ วุฒิทางโลกก็แค่ป.โท วุฒิทางธรรมก็แค่ธรรมโท แต่มันไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับการน้อมกายน้อมใจไปนอนวัดแล้วได้เรียนด้วยกายและใจตัวเองแบบไม่ได้วุฒิอะไรติดมาเลยนี่น่ะค่ะ
วิชาว่าด้วย "ใจ" ของพระพุทธเจ้านี่ ที่สุดแล้วค่ะ
เจตนาที่จะทำ และคิดดี ทำดี และลงมือทำดีในปัจจุบันขณะนี้ อย่างเต็มกำลังความสามารถของทุกๆ คน โดยไม่มีการรั้งรอ น่าจะเป็นแก่นสารและสาระสำคัญสูงสุดของการนำไปสู่การพ้นทุกข์ทั้งปวงของแต่ละบุคคล ตามนัยยะของพุทธศาสนา มากกว่าการนั่งรอคอยการประมวลผลข้อเท็จจริงทางสังคม เพื่อหา "กระบวนการ" ที่คิดว่าน่าจะ foul-proof และหวังว่ากระบวนการนั้นน่าจะช่วยแก้ปัญหาให้เราได้นะคะ
อัตตาหิ อัตโนนาโถ ค่ะ ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันใจ และสร้างความสงบสันติสุขในระดับบุคคลได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ความสงบในระดับครอบครัว และชุมชน ก็น่าจะเป็นที่หวังได้ค่ะ
มีตัวอย่างให้เห็นนะคะ สมัยพุทธกาลก็มี แคว้นกุรุ ที่เขาเจริญสติกันทั้งแคว้นตลอดเวลา เจอหน้ากันก็จะถามว่า เธอกำลังเจริญสติด้วยฐานไหน ทราบแล้วก็จะอนุโมทนากัน
ใครไม่เจริญสติ เขาก็อัปเปหิ ค่ะ
นั่นไงคะ ตัวอย่างระดับสังคม
แต่ก็นั่นแหละค่ะ ทุกอย่างมันก็มีเรื่องความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา
นี่ก็เลยกึ่งพุทธกาลมาแล้ว ขนาดแคว้นกุรุที่เคยเจริญสติกันทั้งแคว้นยังเสื่อมได้
แล้วเราจะเหลือรึ?
ว่าแล้วก็ต้องเร่งเจริญสติของตัวเองต่อไป
เพราะดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
"...วันคืนล่วงไป ล่วงไป เธอกำลังทำอะไรอยู่..."
ด้วยความเคารพ,
ณัชร