คือผมว่ามันก็ดีครับแต่มีบางข้อที่ไม่เห็นด้วยครับ

(เป็นทรรศนะส่วนบุคคล และด้วยความรู้ที่ได้รับมา)

บทความนี้เลงให้เห็นถึงการ ทำทาน และการทำกรรมไม่ดี

ที่จริงแล้วการทำทานมี 3 ระดับ ขั้นต้นคือ ทานวัติถุ ขั้นต่อมาคือ อภัยทาน และขั้นสูงสุดคือ การให้ธรรมะ การทำทานนั้น เป็นการสร้างกรรมที่ค่อนข้างต้องใช้ ปัญญา เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก หากทำทานแล้วเกิดผลเสียขึ้น ก็จะกลายเป็นการทำกรรมไม่ดี ก็เหมือนกับการ ฆ่า โดยไม่เจตนา เช่น ถวายปัจจัยแก่พระสงฆ์ที่เราไม่รู้จัก ซึ่งประพฤติไม่เหมาะไม่ควร ก็จะกลายเป็นการเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเสื่อมของศาสนาโดยไม่เจตนา ดังนั้น การจะทำทานก็ควรจะต้องใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ข้อที่ไม่เห็นด้วยเช่น

6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม

เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน

7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปั­­ญญาดี

เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน

11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง

เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน

14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใส

เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ

17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย

เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์

19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม

คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า

(มีอยู่สาเหตุหนึ่งที่ พระพุทธเจ้าไม่เคยเทศนาถึงเรื่องชาติภพหน้า เพราะพระพุทธเจ้าจะพูดถึงแต่เรื่อง ที่สามารถปฏิบัติและเห็นผลได้ไม่จำกัดกาล)