- ผมสังเกตจากห้องสมุดโรงพยาบาลพบว่า คนอ่านหนังสือหนักๆ (วิชาการ) น้อยลง อ่านหนังสือเบาๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือนำเที่ยว คอมพิวเตอร์ ฯลฯ มากขึ้น
- มีข้อเสนอเกี่ยวกับสปอนเซอร์อีกครับ สำนักพิมพ์หลายแห่งคงจะให้สปอนเซอร์ได้ถ้าติดชื่อผู้บริจาคไว้ที่ห้องหรือหน้าห้อง เช่น หมอชาวบ้าน อมรินทร์ ฯลฯ
- เราอาจจะทำห้องสมุดเบาๆ หรือ "ห้องสมุดสบายๆ" (Sabai library / ดูเหมือนภาษาพม่าจะแปลว่า ดอกมะลิ คนพม่าเลยชอบเพลงสบายๆ ) ทำเป็นห้องติดแอร์หรือพัดลม หาคนเฝ้า เช่น นิสิตที่รับทุนทำงาน ฯลฯ มหาวิทยาลัยควรจะเน้นทุนทำงาน ซึ่งดูมีค่ามากกว่าทุนให้เปล่า มีบริการ wireless internet ให้คนที่มีโน้ตบุ๊คมาใช้บริการ มีหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร หนังสือเบาๆ ให้นั่งอ่าน
- วิธีนี้น่าจะเพิ่มพื้นที่ห้องสมุดได้เร็ว ใช้ทุนไม่มาก มีโอกาสได้สปอนเซอร์ง่ายขึ้น และบริการได้ทั่วถึงขึ้น
- ห้องสมุดแบบนี้อาจจะใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ (reading room) ให้นิสิตอ่านตำรา ทำการบ้าน หรืออะไรก็ได้ สไตล์สบายๆ เปิดทุกวันให้ดึกหน่อยก็ได้ การมีนิสิตขยันดีกว่านิสิตไปเสเพล ติดยาบ้าเยอะเลย...
- เพียงหาที่ กั้นห้อง ติดแอร์หรือพัดลม และมีคนเฝ้า... เราก็ได้ห้องสมุดสาขาแบบสบายๆ แล้ว
- ห้องสมุดยุคใหม่ดูจะมีคำหลัก (key words) 2 คำครับ... easy & funny (สนุกสนาน & สบายๆ)