เป็นเหมือนกันหลาย ๆ อย่างเลยค่ะ
หลายวันมานี้ ออกตัวเลยว่านั่ง นิ่ง พยายามสวดมนต์ดึงตัวคิดอยู่ติดบ้าน(ในใจ) แต่เรามีสังคม พบคนรู้จักแม้ว่าค่อนข้างเก็บตัวกันทั้งสองคน+เด็กหนึ่งคน ไม่วายต้องพูดคุยถามไถ่ แล้วใจเราก็แกว่ง
วันนี้อ่านของอาจารย์วิจารณ์ พานิช คิดว่า ถ้าเราจดเป็นบันทึก วิเคราะห์ และถ้าไล่เลียงขึ้นไปในอดีต...
ประชาชนที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศ ยังไม่มีความรู้ ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย
แต่มวลชนส่วนหนึ่งถูกดึงมาเป็น.เบี้ย..หรือ..หมากตัวหนึ่ง
ไม่ได้เลียนแบบคำพูดใคร เพราะปิดตา-ไม่ค่อยอ่าน นสพ.,เปิดหูบ้างเพราะคนที่บ้านเปิด หากเอาประสบการณ์มา คิด ดูค่ะ (เคยเป็นผู้ชุมนุม-ม้อบในพฤษภาทมิฬ)
ครั้งนี้พี่ว่าคล้ายจรยุทธ์ของ.....ในช่วงพฤษภาทมิฬ
หากเป็นเพราะไม่มีจุดยืน(ที่น่าเชื่อถือ)
หากเป็นเพราะ ท่าทาง การไร้มารยาท..จนเกินไป
หากเป็นเพราะ ต่อสู้เพื่ออะไร..ไหนคำตอบ
ไม่เชียร์ใครนะคะ เพราะอยากให้มีการให้ ความรู้ให้มากกว่านี้ก่อนแก่ชนส่วนใหญ่(ตัวเราด้วย)
อย่างน้อยน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงความคิด หรือเข้าใจกันบ้างว่า การไปยึดติดตัวบุคคล ไม่น่าจะถูก เรื่องสังคม การเมือง โดยเฉพาะระบอบประชาธิปไตย รากฐานระบบ ระบอบต้องแน่น และชัดเจน
เฮ้อ พี่ว่า มาลงที่ ความรู้นั่นแหละค่ะ
จัดการการให้ความรู้..ให้ได้