สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก : )
พี่แอมป์ตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ และตั้งใจเข้ามาในบล็อกสนทนาวิสาสะของคุณหมอเล็ก เจอบันทึกนี้เข้าพี่รีบไปชงกาแฟมาเลยอะ
คุณหมอเล็กกำลังเล่าถึงบันทึกนี้ใช่ไหมคะ "เราต้องหัดให้รางวัลตัวเองเสียบ้าง ให้รู้สึกมีดอกไม้บานที่ตัวเรา" พี่แอมป์ขออนุญาตทำลิงก์ไว้อีกทีนะคะ

บันทึกของคุณศศินันท์ให้ความรู้และให้คุณค่าความผูกพันที่ทำให้รู้สึกประทับใจมากค่ะคุณหมอเล็ก นอกจากความรู้ความเข้าใจในการทำงานอย่างผู้ที่เข้าใจงานระดับบริหารอย่างลึกซึ้งแล้ว พี่ยังประทับใจความรักครอบครัวแบบที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจและให้ข้อคิดได้เสมอมาอย่างบันทึกและอนุทินของคุณศศินันท์ โดยเฉพาะตอนเขียนถึงหลานๆพี่ชอบมาก พี่เห็นแม่พี่จูงหลานชายตัวน้อยทีไรนึกถึงคุณศศินันท์กับน้องพีททุกที : )
ประสบการณ์(และความเข้าใจ)ชีวิตนี้ เมื่อผู้สื่อสารตั้งใจถ่ายทอดอย่างปราณีต ผู้รับสารก็จะได้รับคุณค่าสูงสุดจากถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่ได้สาระที่ลุ่มลึก หากนำไปตรึกตรองและปรับใช้กับชีวิตให้เข้าทิศถูกทาง ก็จะเป็นมงคลแก่ตนนัก
" คนเรา เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ถ้าตั้งใจอยากจะเปลี่ยน
.. สิ่งที่ควรทำคือ ทำตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา
(และ)...ทำชีวิตให้สมดุลย์ยิ่งขึ้น..."
ขออนุญาตยกคำพูดของคุณศศินันท์ที่พี่ประทับใจในบันทึกนี้ของคุณหมอเล็กนะคะ ในวันที่ยุ่งแสนยุ่งนี้ การได้ฟังข้อคิดดีๆที่เตือนใจเรา ก็ทำให้หายยุ่งที่ใจได้อย่างชะงัด พี่ก็เพิ่งเข้าใจตอนอายุมากแล้วว่าการเลือกทำสิ่งดิ่งเดี่ยวจดจ่ออยู่กับงานแต่เพียงประการเดียวในชีวิตนั้น อาจทำให้สิ่งดีๆอีกหลายอย่างในชีวิตหายไปได้อย่างน่าเสียดาย หลายครั้งที่คิดได้ก็ยังเผลอลืมไป
จนกระทั่งถึงวันหนึ่งที่เรากล้าลุกมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราก็จะได้พบกับสิ่งดีๆอีกมากมายที่เรามองข้าม และทำตัวเองให้สมดุลได้ด้วยการ "ให้เวลา" กับสิ่งดีๆอื่นๆในชีวิตบ้าง...โดยเฉพาะกับตัวเราเอง
"ให้เวลา...."
คำนี้มีค่าในทางปฏิบัติจริงๆค่ะ..
ขอบพระคุณคุณศศินันท์มากๆนะคะ แม้ว่าแอมแปร์จะไม่ใคร่ได้เข้ามาสื่อสารบ่อยนัก แต่ยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ และจะติดตามอ่านบันทึกในฐานะแฟนคลับที่ดีอย่างมีความสุขต่อไปค่ะ
และ ปล.ถึงพี่สาวที่นอนเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์อยู่ข้างบนนี้ แอมแปร์มีความยินดีที่จะเรียนให้พี่อึ่งอ๊อบทราบว่าในตู้เย็นไม่มีอะไรเหลือแล้ว เพราะแอมแปร์ชิงเปิดเสียก่อนโดยไม่รีรอ ขอให้พี่เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปที่ตู้กับข้าวโดยไว
...และขอให้พี่โชคดี .. อิๆๆๆ : ) ; )