สวัสดีและขอบคุณๆหมอเล็กที่ชวนมาคุยกันค่ะ
จริงๆแล้ว พูดตามตรงเป็นครั้งแรกคือ พี่เป็นคนไม่ค่อยเปิดตัว เปิดใจกับใครนัก สังเกตดูว่า พี่จะไม่ค่อยเขียนประวัติตัวเอง หรือพูดเรื่องราวใกล้ตัวมากมายนัก   เพราะเราทั้งหลาย ณ ที่นี้  ก็ไม่ค่อยเคยเห็นหน้า รู้จักกันจริงๆสักเท่าใด
ที่พี่ มาชอบเขียนบันทึกหรืออนุทิน ก็เพราะรู้สึกว่า เป็นการเข้ามาอยู่ในสังคมที่ดีอีกสังคมหนึ่ง ที่ก็กลายมาเป็นสังคม ที่พี่ก็พบกัลยาณมิตรใหม่ๆขึ้นมาอีกหลายคน เช่น คุณหมอเล็กค่ะ ก็ยินดีและดีใจค่ะ ที่ได้เพื่อนใหม่ๆ น่ารักๆ ขึ้นมาอีกหลายคน นับว่า โชคดี
พี่เอง จริงๆ เป็นคนเอาจริงเอาจังกับชีวิตพอสมควร ในช่วงที่ลุยงานหนัก แต่ตอนนี้ ทำตัวตามสบายค่ะ เป็นการให้รางวัลตัวเอง และก็เกิดคิดได้ ในหลายๆอย่างว่า ..
ที่ผ่านมา เคร่งเครียดกับตัวเองไปหน่อย หลังๆนี้เลยรักตัวเองมากขึ้นมาก โดย ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เพิ่มการปฎิบัติ พรหมวิหาร 4 ให้มากขึ้นมากๆ วางตัวเหนือการขัดแย้ง มีอุเบกขา จิตใจหนักแน่น รอบคอบ และมั่นคงขึ้น
พี่ก็ดีใจที่หลายปี ที่ผ่านมานี้ สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ในระดับที่น่าพอใจ แม้แต่ลูก ก็ออกปากชม  คือจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่า การที่แต่ก่อน จุดอ่อนของพี่คือ การเป็นคนประเภท Perfectionist มากไป ซึ่งไม่ดี ทำให้เครียด ทุกข์ใจ กังวลใจได้ง่าย ใครทำอะไรให้ ก็ไม่ค่อยจะถูกใจ  แต่ตอนนี้ สบายๆมานานแล้วค่ะ
สรุปว่า คนเรา เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ถ้าตั้งใจอยากจะเปลี่ยน และแรงบันดาลใจนั้น มักมาจากตัวของตัวเอง หรือ คนที่เรารักค่ะ
อีกอย่างหนึ่งคือ คนเรา ทุกคน ส่วนหนึ่ง ชีวิตถูกลิขิตมาแล้ว บางอย่างต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ไม่ได้ ไม่สำเร็จ แต่บางอย่าง ไม่ได้พยายามมากมายอะไร แต่เมื่อถึงจังหวะ ก็มาเอง ดังนั้น การไปดิ้นรนอะไรจนเกินเหตุ ไม่ใช่เรื่องดี แต่สิ่งที่ควรทำคือ ทำตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดมีความเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นกับตัวเรา ก็จะไม่ตื่นเต้นเสียใจ หรือฟูมฟายจนเกินเหตุ คือต้องเข้าใจในสัจธรรมของชีวิตน่ะค่ะ