- เรื่องลักษณะนี้ผมเจอมาบ่อยและเจอมานานแล้วด้วย จะนับได้ว่าตั้งแต่สมัยเรียนประถมเสียด้วยซ้ำ
- ผมก็เคยหนีสังคมที่มีคนลักษณะนั้นแล้วด้วย ในที่สุดก็หนีไม่พ้น ก็จะมีคนอื่นมาแทนที่คนที่เราหนีมา
- สิ่งนี้ทำให้ผมท้อเหมือนกัน คนประเภทนี้มักได้ดี อีกคนทำงานแทบตายกลับได้รับการเห็นอกเห็นใจน้อยมาก
- ผมพูดเปรยๆกับผู้ใหญ่บางท่าน ว่า คนเราได้ดีเพราะพูดเก่ง ส่วนคนทำงานเก่งก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
- ทุกครั้งที่เจอลักษณะนี้ นึกถึงคำพูดของท่านอธิการบดีว่า ค่าตอบแทนที่เราได้รับค่อยไปเบิกเอาในวันหน้า ความท้อแท้ที่เกิดขึ้นกลับเป็นกำลังใจที่คิดทำต่อไปสู้ต่อไปแม้ไม่มีคนเห็น
- ทุกวันนี้ข้างๆผมก็มีคนลักษณะนี้.. แต่อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ที่ไม่สามารถไปทำลายการงานที่ผมจะเดินหน้าได้ แต่กลับนึกสงสารเขา
- สงสารเพราะเขาที่ทำอะไรก็ไม่เป็น เป็นแต่พูด และเห็นคนอื่นเก่งไม่ได้ ทำงานขยันไม่ได้ เลยพยายามพูดว่าคนนั้นไม่ดีนั้นไม่ดีนี้ คงทำไปเพื่อไม่ให้ดูตัวเองต่ำต้อยกระมัง
- อาจารย์ครับ ตอนนี้ผมกำลังศึกษาสูเราะฮฺยูซุฟอยู่ สิ่งหนึ่งที่ให้ความคิดแก่เราเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อของนบียูซุฟคือนบียะอฺกูบ ห้ามนบียูซุฟ เล่าเรื่องความฝันของเขาแก่ใครแม้เป็นพี่น้องกัน
- ทำไมนบียะอฺกูบสอนเช่นนั้น .. เราเคยนึกถึงบ้างไหมว่า ความอิจฉาริษยา แม้แต่พี่น้องก็เกิดขึ้นถึงฆ่ากันตายก็มีแล้ว
- ฉะนั้นท่านจึงสอนลูกของท่านที่จะได้ดีว่า ห้ามบอกความดีที่เจ้าได้รับแก่คนอื่นฟัง .. แม้เป็นพี่น้องก็ตาม ...
- แล้ว..นิอฺมัตดีๆที่อัลลอฮฺประทานให้เรา..ถ้าไม่จำเป็นอย่าบอกดีกว่า เอาคำสอนของนบียะอฺกูบเป็นแบบอย่าง