ขอบคุณอาจารย์ปัทมากคะ อุตสาห์ช่วยบันทึกเรื่องราวประวัติศาสต์การเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้านรัชไว้อย่างละเอียด มีประโยชน์ที่สุดคะ จะนำบันทึกกระบวนการตั้งกลุ่มนี้ไปให้ที่วัดป่ายางใช้ประโยชน์ในการขยายกลุ่มอื่น ต่อไปคะ
อันที่จริงตัวเองรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันว่า ทำงานลัดขั้นตอนไปมากจนอาจยากในการเข้าถึงความเข้าใจของทุกคน เพราะอย่างที่อาจารย์ทราบคือว่าหมู่บ้านนี้มีปัญหาขาดความโปร่งใส ความไม่เป็นธรรม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย การตั้งกลุ่มนี้มีเจตนาดีเพื่อหลอมรวมคน สร้างทุนสังคมขึ้นมาใหม่ก็จริง แต่ขาดกระบวนการเริ่มต้นที่ให้ทุกคนในหมู่บ้านมานั่งหันหน้าคุยกันและยอมรับด้วยกันว่านี่คือปัญหา หรืออาจจะไม่ใช่ เป็นสิ่งที่พวกเราคิดเอาเอง แล้วนำเสนอว่าจะตั้งกลุ่มแบบนี้เพื่อร้อยใจคนเข้าด้วยกัน ทุกคนในหมู่บ้านคิดอย่างไร แต่ด้วยความใจร้อน บวกกับมั่นใจในความคิดตัวเองและ มั่นใจใน "คนดี คนพร้อม" ที่มานั่งล้อมวงคุยกันถึงเรื่องนี้ด้วยกันมาประมาณเกือบหนึ่งปี ทำให้คิดเข้าข้างตัวเองไปว่านี่คือ ข้อสรุปของทุกคนในหมู่บ้าน... แต่ถึงอย่างไรก็มีความมั่นใจว่า "คนดี คนพร้อม" + ผลงาน + เวลา จะสามารถหลวมรวม "ชาวบ้าน" ให้เป็นหมู่"บ้าน"ได้ในที่สุด
แต่แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ยังคิดต่อว่ากิจกรรมต่อมาที่คิดว่าควรจะทำต่อคือ การฟื้นโรงรมยางพาราของหมู่บ้าน(เข้าข้างตัวเองอีกแล้วว่าจะต้องสำเร็จ)เพราะเรามีวัตถุดิบในการผลิตพร้อมในหมู่บ้าน ขาดเพียง คนดี คนพร้อม มาเริ่มต้นทำอย่างจริงจัง แต่เท่าที่ตัวเองได้ลองคุยประเด็นนี้กับคนในหมู่บ้านก็พอจะมองเห็นคนที่พร้อมและเห็นด้วยที่จะเริ่มใหม่อยู่จำนวนหนึ่ง หากฟื้นโรงรมได้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน
ประเด็นโรงรมนี้ เมื่อวานหัวหน้าภีมคุยให้ฟังว่าได้หารือกับ พระสุวรรณและพระชื่น ที่วัดป่ายางว่ามีความเป็นไปได้ว่า จะจัดการแบบธุรกิจปุ๋ยชีวภาพของเครือข่ายกลุ่มสัจจะฯ คือ ระดมเงินหุ้นจากเครือข่ายร่วมด้วย
อันที่จริงทั้งเรื่องกลุ่มสัจจะ และ โรงรม ก็ควรเป็น "หลักสูตรท้องถิ่น" ให้นักเรียนในโรงเรียนของหมู่บ้านนี้ได้เรียนรู้ด้วย เพื่อเกิดความภูมิใจและเกิดความต้องการสานต่อเรื่องนี้ต่อไป คิดว่าอย่างนั้น...