การตั้งเมืองราษีไศล

มีการศึกษารวบรวม ประวัติความเป็นมาของการตั้งเมืองราษีไศล ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเริ่มมีการบันทึกเรื่องราว ในพ.ศ.2424 โปรดเกล้าฯตั้งให้พระยาวิเศษภักดี(โท) เป็นเจ้าเมืองศรีสะเกษแทน และวันศุกร์ขึ้น 14 ค่ำเดือน 7 ปีมะเส็ง พ.ศ.2424 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯยกบ้านโนนหินกองขึ้นเป็นเมืองราษีไศลขึ้นต่อเมืองศรีสะเกษ มีพระพลราชวงษา(จันดี)เป็นพระประจญปัจนึก ผู้ว่าราชการเมือง

พ.ศ.2426 พระยาขุขันธ์ภักดี(วัง) ผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ ถึงแก่กรรมแล้วท้าวปัญญาบุตรพระยาขุขันธ์(วัง)กับพระรัตนวงศา (จันลี) ได้นำช้างพังสีประหลาด 1 ช้างพังตาดำ 1 ลงมาถวาย ณ กรุงเทพฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ท้าวปัญญาว่าที่พระยาขุขันธ์ ให้พระรัตนวงศาว่าที่พระปลัดกลับไปรักษาราชการบ้านเมืองต่อไป

อนึ่ง พระเจริญรัตนสมบัติ (บุญจัน) นายกองนอกเมืองขุขันธ์ ซึ่งสมัครไปขึ้นอยู่กับเมืองนครจำปาศักดิ์ แต่ก่อนนั้น ครั้นพระยาขุขันธ์ (วัง) ถึงแก่กรรมแล้ว เจ้านครจำปาศักดิ์ก็ให้พระเจริญรัตนสมบัติกลับขึ้นมายังขุขันธ์ตามเดิม

ผู้รักษากรมการเมืองขุขันธ์ ได้มีใบบอกขอให้พระยกกระบัตร(วัด) เมืองอุทุมพรพิสัย เป็นพระอุทุมพรเทศารักษ์ เจ้าเมืองอุทุมพรพิสัย

พ.ศ.2428 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตัดทางสายโทรเลขจากเมืองจำปาศักดิ์ ไปเมือง ขุขันธ์ไปเมืองเสียมราฐ โดยพระยาอำมาตย์ข้าหลวงเมืองจำปาศักดิ์ ตั้งให้เสนีพิทักษ์ หลวงเทเพนร์ หลวงโจมพินาศและหลวงนคร ไปเกณฑ์ราษฎรเมืองขุขันธ์ เมืองสังขะ ไปตัดทางสายโทรเลขอยู่ที่เมืองขุขันธ์ เมืองอุทุมพรพิสัยและเมืองมโนไพร และให้ข้าหลวงพิชัยชาญยุทธเป็นข้าหลวงประจำอยู่ที่เมืองมโนไพรด้วย

พ.ศ.2429 ทูตฝรั่งเศสแจ้งรัฐบาลไทยว่า ผู้สำเร็จราชการของฝรั่งเศสที่เมืองไซ่ง่อน ได้จัดทหารออกรบกับองค์วัดถา ทำให้องค์วัดถาหลบหนีเข้ามาในเขตแดนไทย จึงโปรดให้มีสารตราไปยังเมืองขุขันธ์และเมืองมโนไพรให้ออกลาดตระเวนสืบจับนักองค์วัดถา เพื่อไม่ให้หลบหนีเข้ามาซ่องสุมผู้คนในพระราชอาณาเขต แต่ไม่พบขณะที่หลวงศรีคชรินทร์และหลวงสุนทรบริรักษ์ ข้าหลวงออกตรวจชายแดนเมืองขุขันธ์ และเมืองมโนไพรที่ติดต่อกับกัมปงสวายทางกัมพูชา ได้พบออกญาเสนาราชกุเซนกับ ออกญาแสนพรหมเทพ อพยพครอบครัวมาอยู่ที่บ้านจอมกระสานในเขตไทยเป็นเวลา 8-9 ปี มาแล้ว ออกญาทั้งสองสมัครใจอยู่ใต้อำนาจไทย จึงนำออกญาทั้งสองไปถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่เมืองมโนไพร และโปรดเกล้าฯให้ออกญาเสนาราชกุเซน เป็นพระภักดีสยามรัฐเป็นนายกอง ออกญาแสนพรหมเทพเป็นหลวงสวัสดิ์จุมพลเป็นปลัดกอง ควบคุมไพร่พล ทำราชการขึ้นต่อเมืองขุขันธ์

พ.ศ.2430 กรมไปรษณีย์โทรเลข ส่งมิสเตอร์อัลซอน ไลแมน ไปตรวจรักษาทางสายโทรเลขระหว่างเมืองจำปาศักดิ์ไปเมืองขุขันธ์ และจากเมืองขุขันธ์ไปเมืองเสียมราฐ เมื่อเดินทางไปถึงเมืองขุขันธ์ได้ป่วยเป็นไข้และถึงแก่กรรม เมื่อวันเสาร์ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ.2430

พ.ศ.2430 ท้าวนาค เมืองศรีสระเกศ หนังสือเบิกล่องเดินทางให้แก่นายร้ยคำยี่ คำอ่อน เชียงน้อย ตองซู่ ซึ่งคุมโคกระบือไม่มีพิมพ์รูปพรรณไปจำหน่ายผิดพระราชบัญญัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ลูกขุน ณ ศาลาปรึกษาโทษท้าวนาค ตัดสินทวน 50 จำคุก 3 ปี และให้ปรับพระยาวิเศษภักดี(โท) เจ้าเมืองศรีสระเกศ ซึ่งให้การอ้างว่ามีตราพระราชสีห์ อนุญาตว่าถ้าราษฎรจะซื้อขายโคกระบือ ให้เจ้าเมืองทำเบิกล่องเดินทางให้ตรวจตำหนิรูปพรรณ ลงในใบเบิกล่องก็ได้โดยไม่จริงนั้น เป็นเบี้ยละเมิดจัตุรคูณ เป็นเงิน 5 ชั่ง 6 ตำลึงกึ่ง 3 สลึง 600 เบี้ย

พ.ศ. 2431 หลวงเสนีพิทักษ์ ข้าหลวงเมืองขุขันธ์ ไปตรวจราชการ ณ เมืองอุทุมพร และป่วยถึงแก่กรรม พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) ได้จัดให้หลวงครบุรีไปรับราชการเป็นข้าหลวงอยู่ ณ เมืองขุขันธ์ต่อไป

พ.ศ.2431 อุปราชเมืองสุวรรณภูมิกล่าวโทษเมืองมหาสารคาม เมืองสุรินทร์ และเมือง ศรีสระเกศ ว่าแย่งชิงดินแดนเมืองสุวรรณภูมิไปตั้งเป็นเมืองขึ้น คือ เมืองมหาสารคาม ขอตั้งบ้านนาเลาเป็นเมืองวาปีปทุม เมืองสุรินทร์ขอตั้งบ้านทัพค่ายเป็นเมืองชุมพลบุรี เมืองศรีสระเกศ ขอตั้งบ้านโนนหินกองเป็นเมืองราษีไศล ได้โปรดเกล้าฯ ให้ข้าหลวงเมืองจำปาศักดิ์ และข้าหลวงเมืองอุบลราชธานีสอบสวนความจริง แต่รื้อถอนไม่ไหวเพราะได้ตั้งมาแล้ว จึงให้คงไว้

พ.ศ.2438 ได้ย้ายเมืองราษีไศล จากบ้านโนนหินกอง มาตั้งที่บ้านท่าโพธิ์ อำเภอราษีไศล ในปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านเมืองเก่า ตำบลกุง อำเภอศิลาลาด ในปัจจุบัน

การยุบเมืองตั้งเป็นอำเภอ

พ.ศ.2443 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ได้ตรากฎกระทรวง ชื่อ กฎข้อบังคับเรื่องเปลี่ยนชื่อมณฑล 4 มณฑล เป็นผลให้ชื่อมณฑลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปลี่ยนไป คือ มณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นมณฑลอีสาน มณฑลฝ่ายเหนือ เป็นมณฑลอุดร และในปี พ.ศ.2443 นี้ ได้ยุบเมืองต่างๆ ลงเป็นอำเภอ เช่น เมืองราษีไศล เป็น อำเภอราษีไศล ขึ้นกับเมืองศรีสระเกศ เมืองอุทุมพรพิสัย เป็นอำเภออุทุมพรพิสัย เมืองกันทรลักษ์ เป็นอำเภอกันทรลักษ์ และเมืองมโนไพร เป็นอำเภอมโนไพร ทั้งสามอำเภอนี้ขึ้นกับเมืองขุขันธ์

พ.ศ.2481 มีพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่ง พุทธศักราช 2481 ให้เปลี่ยนนามจังหวัดขุขันธ์ เป็นจังหวัดศรีสะเกษ และเปลี่ยนชื่ออำเภอดังนี้ อำเภอห้วยเหนือเป็นอำเภอขุขันธ์ อำเภอน้ำอ้อมเป็นอำเภอกันทรลักษ์ อำเภอคง เป็นอำเภอราษีไศล และอำเภอ ศรีสระเกศเป็นอำเภอเมืองศรีสะเกษ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นสากลเหมือนกัน ทั่วประเทศ ชื่อจังหวัดศรีสะเกษ จึงยึดตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 หน้า 664 ลง วันที่ 14 พฤศจิกายน 2481 หลังจากที่มีการเขียนไม่เหมือนกันมา จึงเป็นที่ยุติว่า “ศรีสะเกษ” ตลอดมาจนบัดนี้

พ.ศ.2540 รวมตำบลกุง ตำบลคลีกลิ้ง ตำบลโจดม่วงและตำบลหนองบัวดง ของอำเภอ ราษีไศล ตั้งเป็นกิ่งอำเภอศิลาลาด และในปีเดียวกันนี้ กิ่งอำเภอเบญจลักษ์ยกขึ้นเป็นอำเภอ เบญจลักษ์ ยกกิ่งอำเภอพยุห์ขึ้นเป็นอำเภอพยุห์ และยกกิ่งอำเภอเมืองจันทร์ ขึ้นเป็นอำเภอเมืองจันทร์

มรดกทางวัฒนธรรม

วัฒนธรรม หมายถึง วิถีชีวิตโดยรวมของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องผ่านการเรียนรู้ และการปลูกฝังทางสังคมนั่นเอง เช่น สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม วัฒนธรรมไทยแต่แรกเริ่มจึงผูกพันอยู่กับกิจกรรมทางการเกษตร เมื่อรับพุทธศาสนาเข้ามาเป็นพื้นฐานสำคัญ ลักษณะเดิมของวัฒนธรรมก็ยังคงอยู่ ประสมประสานเป็นวัฒนธรรมที่มีพุทธศาสนา เป็นพื้นฐานหลัก และวัฒนธรรม มีหน้าที่ คือ เป็นวิถีทางสำหรับสื่อสาร สร้างบูรณาการทางความคิด ความเชื่อ และประเพณี แล้วถ่ายทอด สิ่งนั้นต่อสังคม ที่สำคัญ คือ วัฒนธรรมช่วยส่งต่อคุณค่า ความหมายของสิ่งอันเป็นที่ยอมรับในสังคมหนึ่งๆ ให้คนในสังคมนั้น ได้รับรู้แล้วขยายไปในขอบเขตที่กว้างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ การสื่อสารทางวัฒนธรรมนั้น กระทำโดยผ่าน สัญลักษณ์ (ธิดา สาระยา. 2539 : 113-114)

สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่เป็นมรดกมาถึงปัจจุบัน ในพื้นที่อำเภอราษีไศล มีตั้งแต่แหล่งโบราณคดี ศาสนสถานที่สำคัญ ภาษาและวรรณกรรม แสดงออกมาเป็นตำนานต่างๆ รวมถึงประเพณีการดำรงชีวิต ที่เป็นความเชื่อดังเดิมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับแหล่งโบราณคดี ในพื้นที่อำเภอราษีไศล มีมากมายหลายแห่ง เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

1.แหล่งโบราณคดี

แหล่งโบราณคดีคงโคกหรือเมืองคงโคก

(มีภาพประกอบ)

แผนผังแหล่งเมืองโบราณ

เมืองคงโคก บ้านหลุบโมก ตำบลเมืองคง

อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ