พี่ติดตามเรื่องนี้พอสมควรจากหลายๆ ด้าน ขอยกย่องทุกภาคส่วนที่ร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการออกกฏหมาย หรือกฏเกณฑ์ ที่ต้องบังคับใช้กับประชาชน ควรรอบคอบ ร่วมด้วยช่วยกันมองให้รอบด้าน หาวิธีการอื่นๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง อย่างมีเหตุและมีผล นำไปสู่การช่วยกันสร้างองค์รู้ ที่เป็นประโยชน์ให้ครบวงจรค่ะ ความจริงมองในแง่ดี ก็พอมีบ้างนะค่ะ ทำให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวเรื่องสมุนไพรมากขึ้น และทำให้นักวิชาการหัดมององค์รวมมากยิ่งขึ้น การสกัดสารเดี่ยวๆ จากพืชสมุนไพร นั้นก็ดี ทำให้รู้ว่ามีสารอะไรบ้าง มีพิษอะไรบ้าง ใช้ทำอะไรได้มาน้อยแค่ไหน แต่การกินการใช้สมุนไพรที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยโบราณ เราใช้สมุนไพรหลายๆ ชนิดมาปรุง หรือประกอบเป็นอาหารเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นสะเดารวกกินกับน้ำปลาหวาน กุ้งเผาหรือปลาย่างแค่ยกตัวอย่างแค่นี้ก็เห็นภาพแล้วใช่ไหมค่ะ นอกนั้นใช้ผสมแล้วตำเป็นเครื่องแกงก่อน แล้วนำมาปรุงเป็นอาหาร ถือว่าเป็นศิลปลึกล้ำของภูมิปัญญาไทยที่เดียวหละน้องเอ้ย
มีเรื่องหนึ่งที่อยากฝากน้องสิงห์ป่าสัก ช่วยไปศึกษาวิจัยให้เป็นรูปธรรม ที่เป็นทางการสำหรับนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ชาวสวนรุ่นเก่าๆ เขาทำกันตั้งแต่โบราณมาแล้ว คือการใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ ได้จากน้ำที่หมักกระดูกสัตว์กับน้ำปัสวะ แต่พี่ไม่เคยทดลองนะ เลยอยากให้น้องเอาไปทดลองดู โดยเปรียบเทียบกัน ระหว่างกระดูก วัว ควาย หมู หมักด้วย น้ำปัสวะ ในปริมาณที่เท่า กัน ใช้เวลาที่เท่ากัน เอาน้ำปุ๋ยหมักออกมา วัดธาตุอาหาร (N P K ) ดูว่า เป็นอย่างไรบ้าง เวลาใช้ ต้องเจือจางอย่างไร จึงใช้ได้กับพืชผักอย่างเหมาสมพอเพียงค่ะ วันนี้ขอแค่นี้ก่อนค่ะ เอาไว้วันหน้ามีอะไรมากกว่านี้แนนอนค่ะ