ความมีเสนห์ได้ทำร้ายตัวเองหรือเปล่า...

แต่ไม่อยากจะคิดเช่นนั้น เพราะอะไรหรือ...

คนปายต้องลุกขึ้นมานั่งสรุปและทำอะไรสักอย่างเพื่อมิให้เกิดภาพเช่นนี้อีก...หรือ..

เป็นกรณีตัวอย่างที่ต้องรีบศึกษาและหาข้อสรุปด่วนที่สุดครับ

  • แรกๆพี่คิดว่าไม่น่าจะเกิด Over tourist เพราะสภาพทางกายภาพการเดินทางนั้น รถทัวร์ขนาดใหญ่ขึ้นไม่ได้ เส้นทางที่ห่างไกล และการที่มีโค้งมากมาย น่าที่จะเป็นตัวจำกัดจำนวนคนเข้ามาพื้นที่  แต่ผิด  เข้าใจผิด
  • รถเก๋งมาได้ รถตู้มาได้ เครื่องบิน มอเตอร์ไซด์ และยิ่งยากยิ่งท้าทาย  เหมือนว่า เดินทางยาก แต่เมื่อถึงแล้ว เหมือนมาเมืองสวรรค์  เยาวชนในกรุงเทพฯที่ใช้ชีวิตอยู่แต่คอมพิวเตอร์ยังคุยกันถึงว่า ต้องไปเที่ยวปาย  แทนที่จะไปเชียงราย อีสาน ฯลฯ
  • คราวที่แล้วส่วนหนึ่งที่คิดว่าเป็นตัวกระตุ้นมากๆส่วนหนึ่งคือ รายการ "ดูหนังฟังเพลงที่ริมน้ำปาย" ลูกสาวพี่ยังพูดถึง  ทั้งๆที่ไม่คิดว่าเขาจะพูดถึงปาย
  • เหมือนสมัยก่อนที่เดินขึ้นภูกระดึง เพลงก็บอกว่า ขึ้นยากเย็นเหลือเกิน  แต่เมื่อถึงยอดภูแล้วมันคือสวรรค์ ภูกระดึงจึงแตกมาแล้ว...แต่ภูกระดึงอยู่ในเขตอุทยานที่มีกฎหมายดูแลจึงสั่งปิดได้ และสามารถควบคุมจำนวนคนขึ้นมาได้  แต่ "ปาย เป็นเมืองเปิด"
  • ไม่ต้องกล่าวว่าเสน่ห์ปายอยู่ตรงไหน
  • แต่จะทำอย่างไรกับปายในอนาคต การชลอจำนวนคนเข้าปาย
  • ตอนที่พี่มาก็ต้องย้ายที่พักตอน 4 ทุ่มเหมือนกันเพราะน้ำที่จะอาบเป็นโคลน โชคดีที่พี่มาก่อนที่คนจะแห่กันจนปายแตก จึงย้านภายในคืนนั้น และมีที่พักว่างพอที่จะย้ายไป
  • ถามว่าอยากมาปายอีกไหม  พี่เชื่อว่าทุกคนอยากมา แต่จะมานอกฤดูกาล  แนวความคิดนี้ พี่ได้ยินกับเพื่อนทุกคนที่ได้มาปายและมาเผชิญความโกลาหลดังกล่าว แต่ก็รักที่จะมาปาย
  • เอก น้องหมอสุพัฒน์ และน้องๆทุกคนคงได้แลกเปลี่ยนกันหนักถึงเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ
  • พี่เองคิดว่า ชุมชนคนปายต้องระดมคนทุกภาคส่วน มาช่วยกันคิดครับ
  • ถามคนนอกอย่างพี่ พี่อาจจะเสนอแบบคนไม่รู้เรื่องการจัดการการท่องเที่ยวว่า
  1. ทำอย่างไรจึงจะบริหารจัดการจำนวนคนที่จะเข้ามาปายในช่วง high season ทำให้พี่คิดถึงการมีศูนย์รวมข้อมูลคนจะมาปายที่มีระบบที่สามารถจะรวมรวมได้ คือ ทัวร์เอเยนซี่ทั้งหลาย ควรจะส่งข้อมูลไปที่ศูนย์รวยมนี้ว่าเดือนนี้ สัปดาห์นี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเท่าไหร่ ศูนย์รวมข้อมูลก็คำนวนปริมาณที่ ปายจะรับได้ แล้ววิเคราะห์ออกมา หากถึงจุดที่รับไม่ได้แล้วต้องมีการสื่อสารอะไรสักอย่างให้ประชาชนทั่วไปทราบ เช่น สื่อสารวิทยุ ทีวี หรือ วิทยุชุมชน
  2. ต่อเรื่องการสื่อสารถึงประชาชน พี่นึกถึงตอนไปเืที่ยวนิวซีแลนด์ ก่อนที่จะขึ้นเขาเทือกนี้ เขาจะมีป้ายใหญ่มากๆ ขับรถไปทุกคันจะเห็น  และมีหลายป้ายเป็นระยะๆ ป้ายนี้เป็นข้อมูลที่ส่งมาจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเส้นทางการเดินทางขึ้นเขาว่าสมควรขึ้นหรือไม่ขึ้น หากมีหิมะลงมากและอัยตรายเขาจะขึ้นป้ายทันทีว่า งดการใช้เส้นทางนี้เพราะหิมะลงถมถนน จะไช้เวลา 2 วันจึงจะแก้ปัญหาได้  รถใครจต่อใครที่จะขับขึ้นไปทราบก็จะไม่ขึ้นไปเพราะขึ้นไปก็ไปไม่ีได้ กัต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ก่อนขึ้นไป เช่นนอนพักข้างล่างก่อน หรือเปลี่ยนเส้นทาง หรือไปด้วยวิธีอื่นๆ กรณีปายก็อาจจะต้องทำป้ายแบบนี้ตั้งแต่ปากทางแม่แตงเป็นระยะ และจากทางแม่ฮ่องสอน และอาจจะมีตรงวัดจันทร์ เป็นต้น  อาจจะเรียกระบบ smart pai signal หรืออะไรซักอย่าง  หากพี่เป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ผ่านบริษัททัวร์ ก็ต้องหันหัวรถกลับครับก่อนที่จะไปผิดหวัง และทุลักทุเล แบบเสียความรู้สึกน่ะครับ ระบบแบบนี้ทำง่าย เรามีนักคอมพิวเตอร์ฝีมือระดับโลกมากมาย สามารถ online ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านดาวเทียมก้ได้ หรือระบบสายก็ได้ ลองปรึกษากันดูนะครับ  นอกจากนี้อาจจะมีด่านที่ online ข้อมูลให้กับประชาชนแบบ update ข้อมูลวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมงก็ย่อมได้  ระบบนี้จำเป็นในช่วง วันหยุด ฤดูกาลท่องเที่ยวที่คนแห่กันไปน่ะครับ นอกฤดูกาลคิดว่า ปายรับได้อยู่แล้ว

น่าจะมีวิธีอื่นๆอีกมากมายนะครับ  คนปายต้องรีบสรุปครับ

ด้วยความรักปาย รักคนปาย รักธรรมชาติปาย รักจิตวิญญาณปาย รักประวัติศาสตร์ปาย และน้องๆที่อยู่ปายครับ