ความประทับใจต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ได้รับรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)
ในฐานะที่เป็นคนไทย เมื่อได้รับทราบข่าวจาก นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงได้รับรางวันผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) รางวัลโกลบอล ลีดเตอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) รู้สึกดีใจมาก เพราะพระองค์ทรงงานหนักมาก เพื่อความสุขของประชาชนของพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศตน และทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำของประเทศพระองค์แรก ที่ได้รับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัลนี้
ในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ มีหลายโครงการที่ได้ทราบประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการใช้งาน และมีพระบรมราชานุญาตให้ยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น และเข้าพระทัยถึงระบบงานทรัพย์สินทางปัญญาอย่างดี
สำหรับผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และจดแจ้งแล้วต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ด้านสิทธิบบัตรและอนุสิทธิบัตร ได้แก่ สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล การใช น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ การคัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว กระบวนการปรับปรุงเป็นสภาพดินเปรี้ยว เพื่อให้เหมาะต่อการเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)
เครื่องหมายการค้า ไม่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในพระปรมาภิไธย แต่พระราชทานให้บริษัทสุวรรณชาด จำกัด และมูลนิธิชัยพัฒนา จดทะเบียนเครื่องหมายค้ารวม 13 คำขอ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าสวรรณชาด 1 คำขอ,ทองแดง 2 คำขอ,โกลเด้นเพลส 4 คำขอ,ธรรมชาติ 5 คำขอ และมุมสบาย ฯ 1 คำขอ ด้า ผลงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิสทธิ์ เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ หนังสือต่าง ๆ ภาพถ่ายและภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นต้น และที่ทรงจดแจ้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญามี 4 ผลงาน คือด้านวรรณกรรม 3 ผลงานคือ หนังสือแนวคิดทฤษฏีใหม่,โครงการทฤษฏีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริและพระมหาชนก ด้านศิลปกรรม 1 ผลงานคือ ประติมากรรมเหรียญพระมหาชนก
ส่วนผลงานที่ได้รับการถวายการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ได้แก่ ฝนหลวง ซึ่งได้รับการจัดทะเบียนที่ยุโรป และเขตเศรษกิจพิเศษฮ่องกง ส่วนในสหรัฐ ฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐ
นางพวงรัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที 12 พ.ย.2550 หลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เคยทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญรางวัล และปราศนียบัตรต่าง ๆ แต่พระองค์มากมาย ได้แก่ IFIA ประเทศอังการีทูลเกล้า ฯ ถวายถ้วยรางวัล IFIA CUP 2007 สำหรับผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญ Genius Prize สำหรับผลงาน ทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง
Association;(KIPA) ทูลเกล้าถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนียบัตร ซึ่งถือเป็นรางวัลทรงเกียรติของนักประดิษฐ์ในระดับโลก
2
นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยทรงมีพระ ราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมาก เมื่อปี 2500 พูดกันว่าเราไปลอกจากต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้สิทธิ การพูดอย่างนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการดูถูกคนไทย” ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกเข้าเฝ้า ฯ เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 14 มกราคม 2552 เวลา 17.00 น.
ตลอดระยะเวลา 62 ปี แห่งการดำรงสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ
เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักอย่างยิ่ง เพื่อยังความผาสุก แก่พสกนิกรของพระองค์ในทุกภูมิภาคและเพื่อความเจริญก้าวหน้าของงประเทศชาติ ทรงพระปรีชาญาณในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง ด้านการจัด
การทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ด้านสือสารคมนาคม และด้านการศาสนาที่ทรงรอบรู้หลักธรรมอย่างละเอียด ลึกซึ้ง อีกทั้งทรงบำเพ็ญพระองค์อยู่ในราชธรรมจริยาอย่างครบถ้วน ได้แก่ ทศพิธราชธรรม 10 ประการ จักรวรรดิวัตร 12 ประการ ราชสังคหวัตถุ 4 ประการ และขัตติยพละ 5 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมนับเนื่องแต่วันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489
ในขณะที่ดำรงสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอกดุลยเดช ฯ ได้เสด็จออกทรงพระผนวชเป็นเวลา 15 วัน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งพระบรมราชจักรี ที่ทรงพระผนวชในขณะทรางพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ตลอดระยะเวลา 15 วัน ที่ทรงพระผนวช ทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังทรงปฏิบัติพระองค์และบำเพ็ญศาสนกิจเช่นเดียวกับพระสงฆ์รูปอื่น ๆ อาทิ ทรงรับบิณฑบาด เสด็จลงพระอุโบสถ สวดมนต์ ทำวัตรเช้า – เย็น มีพระราชจริยวัตรอันงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
นับเป็นบุญอย่างใหญ่หลวงของคนไทยและประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมอันประเสริฐ ทำให้ประเทศชาติและทวยราษฏร์ทุกหมู่เหล่าภายใต้พระบรมพิสมภารของพระองค์ร่มเย็นเป็นสุข สมดังพระปฐมบรมราชโองการ และพระราชปณิธาณที่ทรงตั้งไว้ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนขาวสยาม”
สรุปได้ว่า เราฐานะประชาชนคนไทย รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าต่างประเทศ และกลุ่มองค์การต่าง ๆ ในโลก ยังยอมรับว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ จึงได้ ทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล และประกาศนียบัตรต่าง ๆ แด่พระองค์ มากมาย ประชาชนชาวไทยรู้สึกปราบปลื้มหาที่สุดมิได้ และน้อมเกล้า ฯ ถวายความจงรักภักดีและพลังศรัทธาจากดวงใจทุกดวงของเหล่าพสกนิกรทั่วประเทศแต่พระองค์ท่าน และนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงของเรา มาใช้ดำรงชีพตลอดไป พันตรี ชูชีพ มากบำรุง 511307148111