ตอนผมเป็นพี่เลี้ยงโครงการสวัสดิการผู้ยากลำบากขององค์กร  เครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนครปี2543 สมาชิกประมาณ110กลุ่มทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช งบSIFสนับสนุนประมาณ33ล้านบาท   มีงบบริหารและงบของพี่เลี้ยงต่างหาก รวมกันประมาณ35ล้านบาท เราออกแบบการจัดการเหมือนกับเครือข่ายลำปางเปี๊ยบเลย มีการเช่าสำนักงานและคนทำงานเต็มเวลาด้วย หลังจากทำงานอย่างทุ่มเทสุดกำลังความสามารถ ผมสรุปว่าไปไม่ไหว น่าจะกระจายลงไประดับตำบลดีกว่า ระดับจังหวัดน่าจะเป็นเครือข่ายเรียนรู้ แต่นั่นมีงบลงมาซึ่งเครือข่ายจังหวัดต้องรับผิดชอบ (เพราะเป็นคนเซ็นสัญญา)ไม่สามารถปล่อยให้ตำบล/อำเภอดูแลตนเองได้เพราะหลายแห่งเพิ่งเข้ามาด้วยเงื่อนไขมีเงินช่วยเหลือ

ในกรณีที่เครือข่ายดำเนินการด้วยเงินของเราเอง น่าจะทบทวนบทเรียนดังกล่าวอีกครั้ง ผมอ่านแล้วรู้สึกเหนื่อย(เครียดแทน   อ.อ้อม) กลุ่มของเรา(สวัสดิการวันละบาท)ไม่ได้ถูกบังคับจากภายนอก น่าจะปรับเปลี่ยนมาจัดการแบบเครือข่ายเรียนรู้ในระดับจังหวัด โดยให้แต่ละตำบล/กลุ่มบริหารเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง พี่สามารถน่าจะขับเคลื่อนขบวนแบบครูชบคือตั้งมูลนิธิขึ้นมา (มูลนิธิสามารถ-จำชื่อภรรยาพี่สามารถไม่ได้แล้ว ก็ได้)ทำแบบองค์กรเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ในจังหวัดลำปาง โดยของบจากที่ต่างๆมาสนับสนุนการทำงาน เป็นผู้ประกอบการทางสังคม มูลนิธิดำเนินการสนับสนุนความเข้มแข็งกลุ่มที่จัดตั้งแล้ว ขยายกลุ่มใหม่ ฯลฯ ไม่ต้องบริหารเรื่องการเงินให้ปวดหัว เพราะแต่ละกลุ่มจัดการกันเอง มูลนิธิเป็นตัวกลางสร้างเวทีเพื่อนำบทเรียนของแต่ละกลุ่มมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเดือนละครั้งน่าจะเข้าท่ากว่า ผมเห็นว่า แบบใหม่นี้จะไปได้ไกลกว่าแบบเดิมมาก

การจัดการความรู้ คือ การใช้ความรู้จัดการให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถ้าติดอยู่ที่แมวสีดำเท่านั้นที่จะจับหนูได้ ก็พลาดโอกาสแม้เห็นอยู่ชัดๆว่าแมวสีขาวจับหนูได้ดีกว่า