ได้อ่านแล้วก็ชื่นชมเป็นเรื่องเล่าที่เล่าเรื่องได้ดีมากอ่านแล้วเพลิน
ผมอ่านจบกลับมีความคิดเป็นอย่างอื่น
ผมเองก็เคยทำงานด้านการเกษตรมาก่อน
เคยขุดดินปลูกผักทำพืชไร่พืชสวนมาก่อน
มันไม่เป็นไปตามที่แม่นิดจะเล่าครับ
แม่นิดน่าจะโม้นะครับแม่ต้อยก็เลยเชื่อแค่ไปฟังอย่างฉาบฉวย
ข้อมูลจำเพาะในกรณีนี้
"แม่นิดนั้นเดิมก็เหมือนเกษตรกรทั่วๆไปที่มีหนี้สินจากการกู้เงินจากธนาคาร สามี ดื่มเหล้า เล่นการพนัน ตัวเองก็มีโรคประจำตัวต้องไปหาหมอบ่อยๆ เอาหนักเข้าถูกยึดบ้านไม่มีบ้านจะอยู่เป็นหนี้ธนาคาร ๘๐๐๐๐ บาท โชคร้ายที่สามีก็ต้องเข้าคุกอีกต่างหาก ไม่มีหนทางใดก็ไปรับจ้างทำงานได้วันละ ๓๐ บาทอาศัยเลี้ยงลูกไปวันๆ ทางแก้ไขปัญหาของตัวเองไม่มีเลย จนครั้งหนึ่งคิดที่จะแขวนคอตาย พอดีลูกที่มีอายุเพียง สามเดือนตื่นนอนมาเสียก่อนจึงได้สติ"
คิดง่ายๆรายๆได้วันละ 30 บาท แค่กินในครอบครัวก็ไม่พอแล้ว ไหนดอกเบี้ยธนาคารที่พอกพูน ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน แค่วันละ 30 บาท จะดื่มเหล้าเล่นการพนันได้อย่างไร
อนึ่งการทำสวนจะต้องใช้เวลาและคลุกคลีกับมันจึงได้ผล แค่ไปรับจ้างจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแล การปลูกต้นไม้ต้องดูแลจึงจะได้ผล เอาเวลาที่ไหนไปรดน้ำ เพราะรายได้แค่วันละ 30 บาท ไม่มีเครื่องสูบน้ำแน่ แค่รดน้ำพรวนดินถากหญ้าเวลาก็หมดแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปรับจ้าง การทำเกษตรต้องอาศัยเวลา ไม่ใช่ว่าปลูกวันนี้อีกอาทิตย์ได้เก็บเกี่ยว
และเป็นอาชีพไม่แน่ไม่นอน ขึ้นกับดินฟ้าอากาศ การแพร่ระบาดของโรคและแมลง
เช่นการปลูกพริก จะปลูกได้เพียงครั้งเดียวในพื้นที่เดิม ปลูกครั้งต่อไปจะมีการระบาดของโรคพริกทำให้ใบหงิกงอ ต้นแคระแกร็น เพราะการระบาดของเพลี้ยแป้งและราน้ำค้าง จะต้องฉีดยาได้ผล ยาฆ่าแมลงขวดละ 500 - 800 บาท ยาฆ่าเชื้อราขวดละพันกว่าบาทขึ้นไปครับ หนี้สิน 8 หมื่นบาท เอาที่ไหนมาใช้คืนครับ
การปลูกพืชผักสองไร่ถือเป็นงานหนักครับ ไหนสามีติดคุก คนเดียวทำไม่ไหวครับ แม้จะไม่ไปรับจ้างเขา พืชผัก พริกต้องรดนำทุกวันครับ เอาแรงที่ไหนมาหาบน้ำไปรด ผมทำสวมาก่อนผมรู้ดีครับ แค่สองไร่ก็แค่สลับเก็บเกี่ยวเก็บกินในครอบครัว พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็ต้องพลิกดินตากแดด เอาแรงที่ไหนไปขุดดินครับ พอปลูกแล้วก็ขาดตอนการเก็บเกี่ยว ต้องรอเวลาหลายเดือนเพื่อเก็บเกี่ยวผลใหม่ มองแล้วไม่มีทางเลยสำหรับคนที่มีหนี้แปดหมื่นบาท
สำหรับคนที่เป็นนายแพทย์เอง เป็นการทำงานผิดหน้าที่ครับ
ในโรงพยาบาลชุมชนฯ มีแพทย์เพียง 1-3 ท่านเท่านั้น หนึ่งในสามท่านก็ต้องเป็นผู้อำนวยการ รพ.เอาเวลาไปตรวจไข้ดีกว่าครับ งานเกษตรไม่ใช้หน้าที่ของท่าน กษตรอำเภอก็มีครับ
โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งมีแพทย์แค่ 2 คน ทำหน้าที่เป็น ผอ. ก็คนหนึ่งไปแล้ว
ไม่มีแพทย์เฉพาะทางแน่นอน ส่วนใหญ่ก็เป็นแพทย์ฝึกหัดที่เพิ่งจบใหม่ ประสบการณ์ก็ไม่มี แพทย์จึงควรใส่ใจงานของตนให้ดีเสียก่อน ป้องกันการรักษาที่เป็น malpractice ของแพทย์ที่เกิดขึ้นเสมอๆดีกว่า ชีวิตคนไข้สำคัญกว่านะครับ
สวัสดีครับ