จากความเห็นส่วนตัวนะค่ะ คิดว่า การใช้ "ขีดกลาง" เข้ามาแบ่งคำนั้น สำหรับเราเราคิดว่ามันง่ายต่อการอ่านไม่ต้องใช้การสังเกตุมาก ๆ ก็สามารถเข้าใจได้ไง่ายว่ามันอ่านว่าอะไร เวลาพิมพ์ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะ(ความคิดเรานะ) เพราะปกติเราก็พิมพ์สัมผัสพอจะพิมพ์ "ขีดกลาง" ก็ใช้นิ้วก้อยยกไปข้างบนก็พิมพ์ได้ แต่ที่ยากนั้นเวลาพิมพ์ชื่อเว็บถ้าใช้ "ขีดกลาง" เข้ามานั้นบางคนอาจจะจำไม่ได้ว่าชื่อเว็บมีขีดกลางหรือไม่ หรืออีกอย่างนึงก็คือ การพิมพ์ชื่อแบบทีเดียวโดยไม่ต้องยกนิ้วไปไกลนั้นง่ายกว่า และลื่นกว่าด้วย ตัวอย่างเช่น www.dekdee.com และ www.dek-d.com คิดว่าอันไหนจำง่ายกว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยพิมพ์ www.dek-d.com เลย จะพิมพ์แต่คำนี้ตลอด www.dekdee.com เพราะมันไม่ต้องใช้ความพยายามในการยกนิ้วไปไกล ส่วนใหญ่แล้วการพิมพ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษนั้น จะอยู่เฉพาะ 3 แถวหลัก ๆ ของมือ ซึ่งจะไม่ต้องยกมือไปไกล แต่ถ้าพิมพ์ "ขีดกลาง" แล้วนั้น จำเป็นจะต้องยกมือขึ้นนิดนึงเพื่อให้นิ้วสามารถยื่นไปถึงขีดกลาง ทำให้รู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมากในการพิมพ์ตัว "ขีดกลาง" (ความรู้สึกของคนขี้เกียจป่าวหว่า..อิอิ) ส่วนพิมพ์ติดกันเลยนั้น จากความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ ต้องใช้การสังเกตุเพิ่มมากขึ้นว่าคำนั้นอ่านว่าอะไร ยิ่งถ้าชื่อยาว ๆ นั้น ยิ่งต้องสังเกตุมากเลยนะค่ะ แต่มันง่ายสำหรับการพิมพ์เพราะเป็นการพิมพ์ที่ต่อเนื่อง ตามเหตุผลข้างบน และง่ายต่อการจำด้วย....อิอิ แต่สำหรับเราแล้ว เราเลือกแบบมี "ขีดกลาง" ค่ะ เพราะง่ายต่อการมอง แบบว่าสายตาไม่ดีอะค่ะ และไม่มีตังค์ตัดแว่น(ฮ่าฮ่าฮ่า) เพราะตัวเราเองไม่ค่อยรู้สึกลำบากเท่าไหร่ที่จะยกมือขึ้นนิดนึง เพื่อให้ยืดนิ้วก้อยไปถึง "ขีดกลาง" เพราะว่าพิมพ์เร็วอยู่แล้ว (ฮ่าฮ่าฮ่า) ยังไงเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านมี "ขีดกลาง" ดีกว่าค่ะ
เราเบื่อมากเลยเวลาฝั่งดีไซน์ส่งหน้าเว็บมาให้ทำ รูปชื่อก็ยาวอ่านก็ยาก แถมบางทีเว้นวรรคอีก บางรูปก็ต้องเอามาแก้ชื่อ แก้โน่นแก้นี่ ยังดีที่มี css ทำให้ดูเป็นระเบียบขึ้นเยอะ โดนโปรแกรมเมอร์เขาบ่นประจำเลย ถ้าไม่มี css คอยเป็นสื่อกลาง สงสัยโปรแกรมเมอร์กะฝั่งดีไซน์ตีกันตายแน่ ๆ เลย ดีไซน์ชอบทำนอกรีไควเม้นประจำเล๊ยยย อันนี่แระที่เบื่อมาก ๆ (เอ๋...บ่นทำไมหว่า)