มีเพลง Big Yellow Taxi ของโจนี มิทเชล เนื้อร้องก็สะท้อนถึงแก่นแท้เดียวกัน คือคนตัดป่าสูงไม้งามจนเหี้ยน สร้างที่จอดรถ สร้างพิพิธภัณฑ์ต้นไม้เก็บค่าเข้าชมต้นไม้แพง ๆ เห็นแล้วสะท้อนใจว่า คนเรานี่ก็แปลก ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ไม่เคยรู้คุณค่าของสิ่งที่ตนเองมี ต้องรอจนกว่าเสียมันไปเรียบร้อยแล้ว ถึงค่อยมาคิดเสียดาย

 

"They pave paradise, put up a parking lot
With a pink hotel, a boutique, and a swinging hot spot
Don't it always seem to go
That you don't know what you've got till it's gone
They pave paradise, put up a parking lot"

จาก http://lyricwiki.org/Joni_Mitchell:Big_Yellow_Taxi

ผมเคยเขียนเล่าไว้ในอนุทิน ถึงความรู้สึกของคนที่เคยครอบครอง paradise ที่ถูกโค่นเสียเหี้ยนสร้างลานจอดรถ ขอคัดมาลงไว้ตรงนี้

จำได้ว่า สมัยย่างเข้าวัยรุ่น มีเวียดนามอพยพคนหนึ่ง นั่งกอดเข่าซึมเซาคอตกทั้งวัน เสื้อผ้ามอมแมม ตาเหม่อลอย นั่งอยู่ริมถนน ไม่ไกลจากบ้านในตลาด 

คนในละแวกนั้น ก็นำอาหารใส่จานไปตั้งไว้ให้กิน พร้อมส้มสูกลูกไม้ เด็ก ๆ ก็ไปมุงดู เขาก็กินไป ไม่ใส่ใจใคร กินเสร็จก็นั่งเหม่อลอย นั่งซุกหน้ากอดเข่าเงียบ ๆ

จำได้ว่า บางครั้ง เขาก็นั่งกุมท้อง เพราะคงปวดท้องจากการกินไม่เป็นเวลา หลังจากกินผลไม้โดยไม่ได้กินข้าว

พอเปิดเทอม ผมไปเรียนที่อื่น หลายเดือนผ่านไป เมื่อกลับมา เขาก็หายไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่า ไปไหน แต่มีคนเล่าให้ฟังว่า เคยเจอเขาเดินข้ามไปอีกอำเภอหนึ่ง ห่างไปราวสิบกิโลเมตร

โตขึ้น ผมเคยสงสัยว่า ทำไมหนอ เขาจึงกลายเป็นต้นไม้ที่ถูกทึ้งถอนราก ล้มระเนนตามแรงลมเช่นนี้ คนในชาติเขาทำกรรมอะไรร่วมกันหนอ คนในชาติจึงมีชะตาเยี่ยงนี้ ? แววตาที่ชวนหดหู่นั้น ที่แท้ เขาปวดร้าวรันทดอันใด ?

นึกย้อนกลับไป ตอนนี้ ผมคิดว่า ผมเข้าใจแล้ว ว่าเขารู้สึกอย่างไร