เจอข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือเกษตรกร     เลยขอเพิ่มเติมด้วยค่ะ

โครงการวิจัย การปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิ

หัวหน้าโครงการวิจัย นายสมชาย วัฒนโยธิน

ความเป็นมา

• มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ของมะพร้าวธรรมดาทั่วไป

• มีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียว เพาะไม่งอก ลักษณะของมะพร้าวกะทิ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังรุ่นลูก

• ต้นมะพร้าวกะทิที่พบในสวนมะพร้าวทั่วไ จะเป็นต้นมะพร้าว ลูกผสมกะทิ เนื่องจากเกษตรกรนำผลมะพร้าวธรรมดาจากต้น มะพร้าวกะทิลูกผสมไปเพาะขยายพันธุ์

• ต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์มะพร้าว ประเภทต้นสูง และปลูกกระจัดกระจาย จึงพบผลมะพร้าวกะทิในบาง ทลาย จนมีคำกล่าวว่า “ จะพบมะพร้าวผลที่เป็นกะทิในทลายที่อยู่ทาง ทิศตะวันออก ”

• ความเป็นจริงถ้าปลูกมะพร้าวกะทิเป็นแปลงหรือเป็นกลุ่มอย่างน้อย 5 ต้นขึ้นไป ก็จะพบมะพร้าวกะทิเกิดขึ้นทุกทลาย

• ปัจจุบันพบต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอมต้นเตี้ยทั่วไปในสวน เกษตรกร และแปลงทดลองคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมเพื่อการ ส่งออก จำนวน 2 ต้น

• เนื่องจากลักษณะมะพร้าวกะทิเป็นลักษณะด้อย เมื่อนำคัพภะมะพร้าวกะทิที่ได้จากต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิที่ปลูกโดยทั่วไป นำไปเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ เมื่อได้ต้นกะทิพันธุ์แท้ไปปลูก จะพบ ต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ที่มีลักษณะที่ผิดปกติ มากกว่า 90 %

• ในปี 2530 บริษัท บางกอกฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์ จำกัด ได้เริ่มทำการเพาะเลี้ยง คัพภะมะพร้าวกะทิที่ซื้อมาจากสวนเกษตรกร ได้ต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ และ นำลงปลูกบนเกาะในเขื่อนวชิราลงกรณ์ อ . ทองผาภูมิ จ . กาญจนบุรี ในปี 2531 และ 2533 รวมจำนวน 2,150 ต้น เกาะมะพร้าวกะทิแห่งแรกของโลกจึงได้ เกิดขึ้นที่ประเทศไทย

• ในปี 2538 ดร.อุทัย จารณศรี ได้ขอให้บริษัท บางกอกฟลาวเวอร์เซ็น เตอร์ จำกัด ให้ความเอื้อเฟื้อกรมวิชาการเกษตรไปศึกษาพันธุ์มะพร้าว กะทิที่บนเกาะ และคัดเลือกต้นพันธุ์มะพร้าวกะทิที่ดี นำดอกเกสรตัวผู้ มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิ

• ในปี 2538 งานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิ จึงได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก แม้ว่าระยะแรกๆ จะได้รับการดูถูก เหยียดหยามจากนักปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวชาวฟิลิปปินส์ว่า เป็น โครงการวิจัยโง่ๆ นักวิจัยฟิลิปปินส์ไม่สนใจมะพร้าวที่เอามาสกัด น้ำมันไม่ได้

• นักวิจัยคนไทยบางคนบอกว่า คนใต้ เวลาผ่าเจอมะพร้าวกะทิ เอามาทำ มะพร้าวแห้งไม่ได้ ก็โยนให้สุนัข สุนัขมันยังไม่กิน แล้วจะปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิไปทำไม

• เนื่องจากมะพร้าวกะทิยังมีน้อย จึงมีราคาแพง ต้นพันธุ์มะพร้าวที่ดีที่ จะใช้เป็นแม่พันธุ์ก็มีน้อย ประกอบกับยังไม่มีประเทศใดที่คิดจะทำงาน วิจัยเกี่ยวกับมะพร้าวกะทิ จึงได้วางแผนการดำเนินงานวิจัย การเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิที่ใช้พันธุ์มะพร้าวธรรมดาเป็น ต้นแม่พันธุ์ วางแผนการทดลองแบบ RCB 4 ซ้ำ 5 กรรมวิธี ได้แก่ มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิ 5 สายพันธุ์ ดังนี้ กรรมวิธีที่ 1 มะพร้าวพันธุ์น้ำหอม x กะทิ (NHK) กรรมวิธีที่ 2 มะพร้าวพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x กะทิ (YDK) กรรมวิธีที่ 3 มะพร้าวพันธุ์มลายูสีแดงต้นเตี้ย x กะทิ (RDK) กรรมวิธีที่ 4 มะพร้าวพันธุ์ทุ่งเคล็ด x กะทิ (TKK) กรรมวิธีที่ 5 มะพร้าวพันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูง x กะทิ (WAK) ผลการทดลอง - ผลผลิตรวมที่เป็นทั้งผลผลิตมะพร้าวธรรมดาและมะพร้าวกะทิของทุกสาย พันธุ์ พบว่า ผลผลิตรวม 3 ปี ( อายุ 4-7 ปี ) ของมะพร้าวลูกผสมทุกสายพันธุ์ให้ ผลผลิตเรียงตามลำดับดังนี้ 1. สายพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x กะทิ ให้ผลผลิตสูงสุด 3 , 378 ผล / ไร่ 2. สายพันธุ์ลูกผสมทุ่งเคล็ด x กะทิ ให้ผลผลิตรองลงมา 2 , 864 ผล / ไร่ 3. สายพันธุ์ลูกผสมมลายูสีแดงต้นเตี้ย x กะทิ ให้ผลผลิต 2 , 768 ผล / ไร่ 4. สายพันธุ์ลูกผสมน้ำหอม x กะทิ ให้ผลผลิตรวม 1 , 917 ผล / ไร่ 5. สายพันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูง x กะทิ ให้ผลผลิตรวม 1 , 887 ผล / ไร่ - รายได้จากการทำสวนมะพร้าวลูกผสมกะทิ • ผลผลิตที่ได้จากการปลูกมะพร้าวสายพันธุ์ลูกผสมกะทิ ซึ่งมีทั้งผลผลิต มะพร้าวกะทิและผลผลิตมะพร้าวธรรมดา เมื่อนำผลผลิตทั้งหมดที่ได้มา คำนวณรายได้โดยคิดราคาผลมะพร้าวกะทิที่ราคาผลละ 30 บาท และมะพร้าว ธรรมดาราคาผลละ 3 บาท พบว่าผลผลิตรวม 3 ปี (ปีที่ 4-7) ของผลผลิตรวมมี รายได้รวม 3 ปีแรกดังนี้ 1. สายพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x กะทิ ให้รายได้รวมสูงสุด 28,008 บาท/ไร่ 2. สายพันธุ์ทุ่งเคล็ด x กะทิ มีรายได้รวม 22,346 บาท/ไร่ 3. สายพันธุ์มลายูสีแดงต้นเตี้ย x กะทิ ให้รายได้รวม 20,892 บาท/ไร่ 4. สายพันธุ์น้ำหอม x กะทิ ให้รายได้รวม 15,177 บาท/ไร่ 5. สายพันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูง x กะทิ มีรายได้น้อยที่สุด 13,764 บาท/ไร่

จากการผสมพันธุ์มะพร้าวระหว่างต้นแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมกับละอองเกสรมะพร้าวกะทิ พบว่าได้ต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ ที่ให้ผลผลิตเป็น มะพร้าวกะทิที่มีเนื้อและน้ำมีกลิ่นหอม เหมือนกับแม่พันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์น้ำหอม ในซ้ำที่ 1 จำนวน 9 ต้น ซ้ำที่ 2 จำนวน 8 ต้น ซ้ำที่ 3 จำนวน 8 ต้น และ ซ้ำที่ 4 จำนวน 9 ต้น รวมทั้งหมด 35 ต้น จากจำนวนทั้งหมด 64 ต้น คิดเป็น 55 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนต้นทดลอง

สรุปผล

- มะพร้าวต้นแม่พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย มีความสามารถถ่ายทอดลักษณะดีไปยังรุ่นลูกได้ (highly heritable)

- มะพร้าวต้นแม่พันธุ์น้ำหอมมีคุณลักษณะพิเศษ เมื่อจับคู่ผสมพันธุ์กับกะทิ จะ ถ่ายทอดพันธุกรรม ความหอมของน้ำและเนื้อมะพร้าวไปยังรุ่นลูกผสม ทำให้ ลูกผสมกะทิให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิที่มีความหอมทั้งน้ำและเนื้อ จำนวน 55 % ของจำนวนต้นพันธุ์ลูกผสม

- เปอร์เซ็นต์ผลมะพร้าวกะทิที่ได้จากพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิขึ้นอยู่กับแหล่ง ปลูกต้องปลอดจากมะพร้าวพันธุ์ธรรมดา และการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ผลมะพร้าว กะทิ จากการปลูกมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิ สามารถเพิ่มได้ถึง 50 % จาก 25 % ตามกฎของเมนเดล โดยใช้เทคนิคการช่วยผสมเกสรด้วยพันธุ์มะพร้าวกะทิ พันธุ์แท้ ประโยชน์ที่ได้รับ

- ได้ต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ ระหว่างพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย กับกะทิ ที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดีตามที่ตลาดต้องการ เสนอเป็น พันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรในปี 2551

- ได้ต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิระหว่างพันธุ์น้ำหอม X กะทิ ที่ให้ผล ผลิตเป็นมะพร้าวกะทิน้ำหอม เสนอเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการ เกษตร ในปี 2551

- พันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ ที่ให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิน้ำหอม เพื่อใช้ ในการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอมต้นเตี้ย โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงคัพภะมะพร้าว