ในทีมงาน ในหน่วยงาน ในองค์กร ในภาคี หรือในเครือข่ายที่ร่วมปฏิบัติงานใดๆก็ตาม สู่เป้าหมายความสำเร็จ ธง หรือหัวปลาเดียวกัน น่าจะทำให้เกิดกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ กลุ่มธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเรียนรู้ในองค์กรนั้นๆปรึกษาหารือจากไม่เป็นทางการสลับกับเป็นทางการ เพื่อให้งานมันลื่นไหลไปได้

ผมติดค้างเล่าบรรยากาศการพบปะพูดคุยระหว่าง KM ทีม นครศรีฯนำโดยท่านผู้ว่าฯวิชม ทองสงค์ กับทีมของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ นำโดย อ.สมพร เทพสิทธา ที่ร้านอาหารชาวเรือ นครศรีธรรมราช เมื่อ 4 พ.ค.2550  เอาไว้ เนื่องจากมีเรื่องครบรอบหนึ่งปีที่ตัวผมเองมาเขียนบันทึกที่gotoKnow ที่จะต้องเขียน เขียนแทรกขึ้นมาเสียก่อน ลิ้งค์

เป็นการสนทนากันหลายเรื่อง ใครจะสะดวกคุยกับใครก็คุยกันไป ส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตก็เห็นท่านผู้ว่าฯวิชม ทองสงค์ กับท่าน อ.สมพร เทพสิทธา แลกเปลี่ยนอย่างออกรสออกชาติมากที่สุด บางครั้งได้สังเกตเห็น อ.สมพร เทพสิทธา เอาสมุดปากกาขึ้นมาจดบนโต๊ะอาหารเลย ผมนั่งในระยะที่ฟังความไม่ค่อยถนัดนัก

แต่ที่ช่วงหนึ่งที่ท่านผู้ว่าฯวิชม ทองสงค์ ท่านหันมาทางผมและ อ.ภีม ภคเมธาวี จาก มวล. ท่านพูดเรื่องบทบาทคุณอำนวยในโครงการจัดการความรู้องค์กรการเงินชุมชน ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำนำร่องในพื้นที่สามตำบลของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อกลางปี 2548 ท่านถอดบทเรียนหรือสรุปบทเรียนของท่านเองว่าการจัดการความรู้ที่ทำนำร่อง ในตอนนั้นยังผลสำเร็จเป็นอย่างดีเป็นที่น่าพอใจเพราะระดับคุณอำนวยของโครงการที่ไปกระตุ้น ทั้งระดับบนและระดับล่างจนได้ผล ดันขึ้นบนไปขับเคลื่อนวงคุณเอื้อได้ (คุณเอื้อเข้ามามีบทบาททีหลังเพราะแรงดันของคุณอำนวย) และคุณอำนวยก็ไปทำหน้าที่ผลักดันชาวบ้านหรือคุณกิจข้างล่างที่เข้าร่วมโครงการฯโดยทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนร้ facilitate กระตุ้นเร่งเร้าอย่าให้ชาวบ้านเฉื่อยหรือคะตะไลซ์ และสร้างเครือข่ายคนทำงานในพื้นที่ networker ท่านพูดถึงการรวมตัวของคุณอำนวยในตอนนั้นว่าเป็นธรรมชาติสอดคล้องกับกิจกรรมของชาวบ้าน ท่านพูดถึงบทบาทของคุณอำนวยในโครงการจัดการความรู้ว่าเป็นบทบาทของคนระดับกลาง  มิดเดิลอะไรสักประโยคหนึ่ง ผมฟังได้ไม่ชัด ว่ามีผลต่อการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ

ท่านจึงอยากนำบทเรียนของคุณอำนวยที่ได้จากโครงการนำร่องฯที่รวมตัวกันอย่างเป็นธรรมชาติที่เคลื่อนไหว ให้เกิดผลทั้งข้างบนและข้างล่างครั้งนั้นมาปรับใช้ในการทำกับทั้งจังหวัดในครั้งนี้ ท่านใช้คำของท่านว่า "การเรียนรู้เชื่อมโยงวิถีโค้ง" ในทีมงาน ในหน่วยงาน ในองค์กร ในภาคี หรือในเครือข่ายที่ร่วมปฏิบัติงานใดๆก็ตาม สู่เป้าหมายความสำเร็จ ธง หรือหัวปลาเดียวกัน น่าจะทำให้เกิดกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ กลุ่มธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเรียนรู้ในองค์กรนั้นๆ ปรึกษาหารือจากไม่เป็นทางการสลับไปมากับเป็นทางการ เพื่อให้งานมันลื่นไหลไปได้"การเรียนรู้เชื่อมโยงวิถีโค้ง" ท่านยกตัวอย่างเมื่อครั้งท่านเป็นปลัดจังหวัด ท่านได้เชื่อมการทำงานกับลูกน้องข้างล่างถัดลงไปจากตำแหน่งรองของท่าน ผมจำตำแหน่งพวกนี้ไม่ได้ และมองกลับกันขึ้นไปข้างบน ท่านก็ประสานอย่างไม่เป็นทางการกับท่านผู้ว่าฯได้ ท่านให้ข้อคิดการทำงานแบบนี้ตามความเข้าใจของผม น่าจะประมาณว่า ตรงนี้นั้นต้องใช้เทคนิคให้ดี อย่าให้ใครตีความไปว่าข้ามหัวหรือข้ามหน้าข้ามตาใครได้ เพราะเรามุ่งเอางานสำเร็จเป็นที่ตั้ง ใช้วงเรียนรู้ ใช้เครือข่าย ใช้คนคอเดียวกันเป็นเครื่องมือ

นี่คือ  "การเรียนรู้เชื่อมโยงวิถีโค้ง" ตามที่ผมเข้าใจ ครับ

ผมว่าเป็นเรื่องที่ทันสมัย เหมาะกับนครศรีธรรมราชยุคนี้มากๆ น่าจะขยายผลโดยเร็ววัน ทำอย่างไรอย่าให้วัฒธรรมราชการที่แข็งทื่อ ประเพณี จารีตนิยมจัด ถอดหมวกก็ยาก มาเป็นอุปสรรคต่อการทำงานจัดการความรู้ชุมชนอินทรีย์

ตอนท้ายก่อนที่ท่านจะหันไปพูดคุยกับอาจารย์สมพร เทพสิทธา ต่อไป ท่านพูดว่านครศรีธรรมราชเราต้องพัฒนาสมรรถนะคุณอำนวยกันอย่างจริงจังเสียที และได้ยกตัวอย่างหน่วยงานของจังหวัดคือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยหัวหน้า สุทิน ศรีเผด็จ
ที่ได้พัฒนาสมรรถนะให้กับคุณอำนวยในสังกัดทั้งจังหวัดโดยท่านผู้ว่าฯได้ไปร่วมในโอกาสนั้นๆด้วย

ผมมีภาพบรรยากาศมาฝากครับ

<div style="text-align: center"> การพบปะทานอาหารร่วมกันระหว่าง KM ทีมของนครศรีฯนำโดยผู้ว่าฯวิชม และทีีมสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯนำโดย อ.สมพร เทพสิทธา </div>