... เราได้เห็นพลังอะไรที่ซ่อนอยู่ เราตื่นเต้นกันมากเลย เราไม่เคยรู้ว่า KM ที่บอกว่าไม่ทำไม่รู้นั้น มันคืออะไร เพิ่งทำวันนั้นว่า ที่ไม่ทำไม่รู้ มันก็คือ อันนี้เอง คือ มันไม่รู้ว่าดียังไง ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีทางรู้เลย ไปฟังตั้งนานก็ยังไม่เชื่อ ...
เป็นเรื่องเล่าช่วงแรกของคุณพินิจค่ะ ที่ได้เล่าให้เราฟังเรื่อง KM ที่ไฟฟ้าแม่เมาะ ก่อนที่ทางกรมอนามัยจะป้อนคำถามกันจนหมดเวลาก่อนเที่ยงละค่ะ ... แบบว่า น้ำไหลไฟดับ แย่งกันถามก็ว่าได้
- ตอนหลังเรามาศึกษาแนวเดียวกับ สคส. คือ การ ลปรร. และเริ่มทำที่ภูมิพลเป็นแห่งแรก
- หลังจากนั้นได้กลับมา และมาคุยกัน
- ... เราได้เห็นพลังอะไรที่ซ่อนอยู่ เราตื่นเต้นกันมากเลย เราไม่เคยรู้ว่า KM ที่บอกว่าไม่ทำไม่รู้นั้น มันคืออะไร เพิ่งทำวันนั้นว่า ที่ไม่ทำไม่รู้ มันก็คือ อันนี้เอง คือ มันไม่รู้ว่าดียังไง ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีทางรู้เลย ไปฟังตั้งนานก็ยังไม่เชื่อ ...
- หลังจากทำครั้งแรกแล้ว ก็รู้ว่า มันใช่เลย แนวนี้นะ ... คนที่เขาไปเล่าเขาก็มีความสุข ...
- เด็กๆ วิศวกรใหม่ๆ เขาบอกว่า เขาเรียนอะไรได้เร็วมาก ภายในวันเดียวนี้ เขาเรียนอะไรได้มากกว่าที่เขาอยู่มา 3-4 ปีนี้ เขาเรียนได้เยอะเลย พี่ๆ มีอะไรเยอะเลย เขาจะเห็นคุณค่าของพี่ๆ
- ... พี่ๆ เป็นช่างน่ะครับ เขาเป็นวิศวกร เขาเพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่ปี
- ... เขาบอกว่า เขาอยากให้มีจัดแบบนี้บ่อยๆ เพราะว่าได้ความรู้ ความรู้ของเขานี่น้อยนิดนัก
- แต่เมื่อก่อนเราเรียนรู้แบบพี่สอนน้อง แต่ว่าต้องใช้เวลา เรามีการถ่ายทอดกันอยู่แล้ว แต่ว่าต้องใช้เวลา
- จากวันนั้นมา เราเริ่มมาตั้งคณะ CFT ขึ้นอีก ในปีแรก ปี 49 เราตั้งไว้ 5 คณะ โดยเรามุ่งมั่นว่า CFT จริงๆ ก็คือ ทีมซึ่งมาปิดจุดอ่อน Organize เราเป็นแบบตั้ง หรือแบบแท่ง ไม่ยุ่งกัน เป็นไซโล (ที่หมอวิจารณ์ว่าเป็นไซโล แท่งใครแท่งมัน)
- และหลังจากนั้น พอมี Cross Function คือ คนที่อาชีพเดียวกัน อย่างอาชีพช่างไฟ อาชีพช่างระบบควบคุม อาชีพเดินเครื่อง อาชีพหม้อน้ำ อาชีพซ่อม Boiler และอื่นๆ เราก็เอาไว้ด้วยกัน
- แรกๆ มี 5 คณะ ตอนนี้มี 7 คณะ ต่อไปก็จะขยายไปอีก 2 คณะ ... แล้วโชคดีที่ว่า ถ้าเราเริ่ม 5 เลย ถ้าเราไม่เชื่อตำรา เราก็จะรู้ว่า เราต้องปรับปรุงอะไรเยอะเลย นี่เราเริ่มที่ 1 คณะก่อนในปี 49 พอปี 50 เรามี 7 คณะเลย และก็ทำการปรับ ทำไปปรับไป โดยอ่านหนังสือจาก KM ฉบับนักปฏิบัติ ของ หมอวิจารณ์ อ่านเล่มนั้น อ่านแล้วทำๆๆ โดยเลือกเอามาใช้
- สิ่งที่เราไม่ได้เอามาใช้จากเล่มนั้น ก็คือเรื่องธารปัญญา เราไม่ได้ใช้ เพราะเราดูแล้วว่า แผนกเรามีแค่ 5 แผนก ถ้าเราบอกว่าแผนกนี้เก่งเรื่องอะไร วัฒนธรรมเราไม่เข้ากับเรื่องพวกนี้
- ความรู้สึกของเราจะรู้สึกว่า ถ้ามีคนที่เก่งเรื่องนี้ เราก็จะไม่ไปเรียนด้วย ปล่อยให้เก่งไป คือ เวลาคุยกันในคณะทำงานแล้วก็พบว่า ตรงนี้มันแข่งไปแข่งมาแล้ว สู้เราคุยกันทั้ง 5 แผนกน่ะแหล่ะ ใครจะเก่งไม่สำคัญ ใครจะเป็นเลิศ แต่ยังไงๆ ก็ต้องมาคุยกัน โดยมี CFT น่ะแหล่ะเป็นตัวดักในการขับเคลื่อน KM ก็จะมี CFT ที่เราตั้งชื่อภาษาไทยว่า คณะทำงานวิชาชีพ ไม่ได้แปลจาก Cross Function Team ซึ่งแปลว่าทีมที่มันคล่อมสายงาน
- ตรงนี้ก็ทาง CFT ก็ทำหน้าที่จัดตลาดนัดความรู้ เฉพาะเรื่องเป็นหัวปลาย่อย หัวปลาเล็ก
- ตรงกลางจัดเป็นครั้งคราว คุณสุวิทย์อยู่ทางด้านไฟฟ้า ก็มีการจัดเฉพาะเรื่องไป เรื่องล่าสุดที่จัดไปคือ เรื่องแบตเตอรี่ เราได้เชิญคนทำระบบส่ง หรือข้ามสายรองฯ มา เป็นความรู้จากข้างนอก
- ... อันไหนที่เป็นความารู้ที่เรามีประสบการณ์น้อย เราเชิญคนจากข้างนอกมาเลย นะครับ ข้างนอกนี้ก็ยังอยู่ใน กฟผ. นะครับ แต่อยู่นอกโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า เชิญมาร่วมกัน
- เมื่อก่อนเวลาเราเชิญเขามา เขาก็จะมาเป็นวิทยากรบรรยาย ก็จะเป็นการเรียนแบบทางเดียว มันจะต่างกันเยอะเลย
- และเราหวังว่า หลังจากมี CFT แล้ว ในอนาคตผู้ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องเดียวกัน เช่น ทางด้านระบบควบคุม คนที่เขาซ่อมของยี่ห้อเดียวกัน ถ้าเราจัดให้เขามาคุยกัน คราวหน้าถ้าเขาอดรนทนไม่ไหวแล้ว เราไม่ได้จัดให้สักที ถ้าเขาอยากคุยกัน อาจจะนัดมาคุยกันเอง ในอาชีพของเขา และเขาก็อาจอยากให้เกิด CoP ขึ้น ... แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะครับ
- ซึ่งจะเป็นแบบสมัครใจ ไม่เหมือนการสร้างชมรมต่างๆ อันนี้เราหวังในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
- ส่วนคนที่เป็นคณะทำงานจัดการความรู้นี่ก็ทำหน้าที่จัดตลาดนัดความรู้เป็นประจำ คือ จัดให้กับแผนก กอง ฝ่ายต่างๆ โดยจัดให้เป็นอาชีพเดียว อาชีพใครอาชีพมัน
- แต่คณะจัดการความรู้ได้จัดตลาดนัดความรู้แบบรวม คือ
... มีทั้งอาชีพไฟฟ้า 10 คนที่มาจาก 5 ที่ อันนี้มากลุ่มหนึ่ง คนที่อยู่เดินเครื่องก็จัดมาอีกกลุ่มหนึ่ง ครั้งละ 50 คนก็จะได้ 5 กลุ่ม 5 อาชีพ
... วันแรกเราเรียนห้องเดียวกัน
... วันที่สอง ลปรร. จึงจะแบ่งกลุ่มออกไป
... เราเรียกว่า KM Workshop
... และมีทฤษฎีวันหนึ่ง ปฏิบัติวันหนึ่ง
... จัดโดยคณะกรรมการจัดการความรู้ ก็ใช้วิทยากรของเราเอง สอน KM Concept สอน KM Tool และสอนเรื่องระบบ IT
... คุณจะเอาเรื่องขึ้นเวปได้อย่างไร แก้ไขเวปได้อย่างไร พร้อมกับเรามีทีม IT ดูแลเวป คลังความรู้ของเรา
... โดยเรื่องเล่าทั้งหมดจะมีการถ่ายวิดีโอคลิปด้วยกล้องดิจิตอล เวลาใครเล่าจะถ่ายไว้ทั้งหมด- เพราะฉะนั้นเราจะมีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งๆ ที่เราจัด อย่างน้อยๆ 50 เรื่อง ปีนี้เราจะจัด 16 รุ่น เดือนละ 2 รุ่น ตอนนี้จัดไปแล้ว 14 รุ่น เหลืออีก 2 รุ่น
- อ.วิจารณ์มาเยี่ยมเราเมื่อรุ่นที่ 3 ขอมาจับภาพว่าเราทำ KM มาอย่างไร ท่านได้มาวิพากย์เรา มีประโยชน์มากครับ
- ผมแอบถามว่า ผมเชิญทำไมถึงมา ท่านบอกว่า ผมฟังคุณโม้ไว้เยอะ คุณบอกว่า คุณอ่านหนังสือผมแล้วทำ ก็อยากจะมาดูว่ามันเป็นยังไง
- ท่านบอกว่าที่นี่ทำเหมือนที่สุดแล้ว หนังสือที่เขียนนี้ไม่มีต้นแบบนะ
- ตอนนี้เราเริ่มตั้งแต่ปี 50 มา เราเริ่มทำให้ความรู้จากกลุ่มงานต่างๆ รุ่นละ 50 คน 14 รุ่นก็ประมาณ 800 คนแล้ว
- อีกส่วนหนึ่งเราก็ run ผ่าน CFT ซึ่งแต่ละทีมก็ run ไปเอง โดยทางเราเข้าไปช่วย support ไปช่วยวางแผน ก็ run ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่กับหัวหน้าคณะทำงาน CFT บางท่านก็มีภาระเยอะ บางท่านก็มีงานเต็มมือ ไม่สามารถมาทำงานตรงนี้ได้ เราก็คิดว่าจะวางแผน เพื่อปรับแก้อีกทีหนึ่ง ภาพตรงนี้มาถึงปี 50 ว่า ตอนนี้เราเดินมาถึงไหน
- ตอนแรกเราคิดว่าจะจัดให้ความรู้แก่พนักงานเฉยๆ
- แต่ว่าพอจัดไปๆ การให้ความรู้ตรงนี้ได้อะไรกลับมาเยอะเลย มันได้ Knowledge มันได้เคล็ดลับที่เขามาเล่า
- ในเวปภูมิปัญญา มีประมาณ 600 เรื่องแล้ว ตอนนี้เราขึ้นเวปให้เขาไม่ทันแล้ว เพราะว่าเยอะมาก การถ่ายวิดีโอเทปไว้ ทำให้เราไม่ต้องลิขิตมาก เรามีคุณลิขิตครับ แต่จดประเด็นสั้นๆ เฉยๆ
จบช่วงแรกที่เล่าค่ะ แต่ยังไม่จบเรื่องราวทั้งหมดทั้งสิ้น โปรดติดตามในบันทึกต่อไปค่ะ
ภาพกระบวนการจัดการความรู้ของที่แม่เมาะค่ะ
