เมื่อแม่สำคัญและมีคุณมากกว่าพ่อโดยปรกติตามที่ขยายความไว้ในครั้งก่อน... ครั้งนี้จะขยายความในประเด็นว่า ลูกมีความสำคัญยิ่งกว่าสามีหรือภรรยา ... ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ประเด็นนี้ ผู้มีครอบครัวทั่วๆ ไป คงจะตระหนักดีอยู่แล้ว (ยกเว้นบางคนที่หลงสามีหรือภรรยาคนใหม่)...
บางครอบครัว เมื่อยังไม่พร้อมก็ไม่อยากจะมีลูก โดยอ้างว่า ไม่อยากมีห่วงผูกคอ...นั่นคือ ข้อเปรียบเทียบว่า ลูกเป็นเหมือนกับห่วงผูกคอ...ซึ่งอันที่จริงสำนวนนี้มาจากคาถาผูกตราสังข์ศพของสัปเหร่อมาตั้งแต่โบราณนั่นเอง ดังพระบาลีว่า...
ปุตฺเต คีเว ภริยา หตฺเถ
ธนํ ปาเท จ พนฺธามิ
ข้าจะผูกบุตรไว้ที่คอ
ผูกภรรยาไว้ที่มือ
และผูกทรัพย์สมบัติไว้ที่เท้า...
อธิบายเพิ่มเติมว่า สัปเหร่อจะมัดตราสังข์ ๓ เปราะ (๓ วง) ที่มือของผู้ตาย พร้อมทั้งว่าคาถานี้กำกับ เมื่อตีความเป็นปริศนาธรรมแล้ว ก็จะได้ความว่า...
ลูก เป็นสายใยประดุจห่วงที่คล้องคอไว้ จะไปไหนก็ต้องมีลูกตามไปด้วย ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ...
ภรรยา เป็นประดุจสายใยที่คอยดึงคอยรั้งไว้ เช่น ผู้ชายที่มีภรรยาแล้วพอจะออกจากบ้าน เมื่อภรรยาถามว่า ไปไหน ก็อาจเปลี่ยนใจไม่ไป ...อีกนัยหนึ่ง ถ้าภรรยามีความคิดเห็นไปในทางใด สามีก็จำเป็นอยู่เองต้องโอนเอนไปบ้างตามสมควร...กรณีตรงข้าม ผู้หญิงที่มีสามีแล้วก็ย่อมเป็นไปในทำนองเดียวกัน นั่นคือ สามีย่อมคอยรั้งไว้ และต้องโอนเอนไปตามสามี...
ทรัพย์สมบัติ เป็นประดุจสายใยที่ทำให้ต้องอยู่ประจำยังที่ใดที่หนึ่ง นั่นคือ คนเมื่อประกอบอาชีพมีข้าวมีของหรือสมบัติพัสถานมากๆ ก็ไม่อยากที่จะย้ายทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น นั่นคือ ทรัพย์สมบัติเป็นตัวถ่วงให้อยู่ที่ใดที่หนึ่ง คล้ายๆ ผูกเท้าไว้ไม่ให้ไปไหนได้สะดวก...
อนึ่ง คาถานี้เชื่อกันว่าเป็น คาถาพยายม ซึ่งสัปเหร่อผู้ได้รับการครอบครูหรือมอบหมายตามวิธีโบราณจะให้เรียนคาถานี้ (ผู้เขียนยังค้นไม่พบว่าคาถานี้ มีอยู่ในคัมภีร์ใด หรือเป็นเพียงที่ปราชญ์โบราณของไทยผูกขึ้นเป็นคาถาบาลี) ...
.....
ตามนัยนี้ คาถานี้ ก็พอเทียบเคียงได้ว่าลูกๆ สำคัญกว่าภรรยา (หรือสามี)...
ส่วนที่ต้องให้ แม่และพ่อสำคัญกว่าลูกและภรรยา (หรือสามี) นั้น... เพราะพ่อแม่ยิ่งนานวันก็ยิ่งแก่เฒ่ายิ่งจะพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ส่วนลูกๆ นั้น ยิ่งนานวันก็ยิ่งเติบใหญ่สามารถจะเป็นอยู่ตามธรรมดาของตนได้...
ยังมี การงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน ผู้เขียนค่อยขยายความในครั้งต่อไป ...