เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง


ไม่ยินดีต้อนรับใคร....ไม่รังเกียจใคร

ปีใหม่..ปีนี้...ครอบครัวเรานอนพักผ่อนอยู่บ้าน ก็เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง  คุณแม่จอมอึดอย่างผู้เขียนก็เลยน๊อคก่อนใครเพื่อน  ตามติดด้วยคุณพ่อบ้านและลูกน้อยหอยสังข์สองหน่อ.....เป็นอยู่อาทิตย์กว่าๆก็ดีขึ้น  โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบการกินยา..มากๆๆๆ  ก็กินแค่วันแรกที่ป่วย(พารา  2  เม็ด)   หลังจากนั้นก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ(ปล่อยให้หายเอง)อย่างว่าแหล่ะ....คำว่าแม่หน่ะ....ห้ามป่วย....ห้ามลา....ห้ามขาดอยู่แล้ว ต้องรีบป่วยรีบหาย(ป่วยหนัก 1 วัน)   ก็มาลองสังเกตุดูกับคุณพ่อบ้านจอมอนามัยจัดของตนเองก็พบว่า.....พ่อเจ้าประคุณทานยาตามแพทย์สั่งเป๊ะๆๆ  ปิดจมูกปิดปาก(ป้องกันการแพร่เชื้อว่างั้นเถอะ  ซ้ำยังบ่นกับผู้เขียนอีก...ว่าไม่ยอมปิดปากปิดจมูก...) กินยาแล้วก็นอนพักผ่อน....ใช้เวลาป่วยทั้งสิ้น  7  วัน เพิ่งจะลุกจากที่นอนได้ก็วันนี้เองแหล่ะ  ก็เลยได้ข้อสรุปสำหรับตัวเองว่า   ถ้าไม่สบายและคิดว่าตัวเอง...ไม่สบาย...(งงหมั๊ยนี่)  ก็จะรู้สึกไม่สบายอยู่อย่างนั้นแหล่ะ   แต่ถ้าคิดว่า...แค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก....แป๊บเดียว...หายจริงๆ....อยู่ที่ใจตัวเราด้วยแหล่ะ....ทฤษฎีนี้ผ่านการพิสูจน์หลายครั้งแล้วค่ะ...เรื่องหลายเรื่อง......ใจล้วนๆค่ะ.........

ที่ต้องรีบป่วยรีบหายก็เพราะกลางคืนต้องเฝ้าระวังลูกชายคนเล็ก  ถ้าไม่สบายมักจะหอบทุกครั้ง   โดยฉพาะอากาศเย็นแบบนี้ต้องได้กินยาขยายหลอดลมก่อนนอน.....คนเป็นแม่ก็จะต้องเฝ้าระวัง....นอนฟังเสียงลูกหายใจ  ช่วงหลังนี่ดีหน่อย....ไม่ได้หอบไปพ่นยาตอนกลางดึก  ได้ขยายหลอดลมก่อนนอนก็หลับยาวถึงเช้า  ไม่หอบ....ลูกชายทั้งสองคนช่วงแรกเกิดถึงปีครึ่งแข็งแรงดี  แต่พอหลังปีครึ่งจะเริ่มหอบทั้งสองคนเลยหล่ะค่ะ  แต่เค้าได้ทานนมแม่เต็มที่ทั้งสองคน  ความที่เราเลี้ยงลูกกันเอง  จึงมีโอกาสในการที่จะดูแลเค้าทั้งคู่ในทุกๆเรื่อง  บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันว่าแม่ติดลูกหรือลูกติดแม่กันแน่...โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กนี่จอมวายร้ายเลยหล่ะ  คนพี่...เจ้าเป้ย...อายุหกขวบครึ่ง...ส่วนน้องชายคนเล็ก..เจ้าเปรม...สองขวบครึ่ง.....แต่ส่วนใหญ่เจ้าเปรมจะรังแกพี่...กับแม่....เค้าจะชอบหยอกและเอาหัวมุดแม่กับพี่.....วันหนึ่ง....ขณะที่ทุกคนกำลังจะหลับ....เจ้าตัวเล็กก็ปีนข้ามมาหอมแก้มแม่...และพูดว่า...แม่ฮํบ...แม่ฮับ...เราก็เงี่ยหูฟังว่าเค้าจะพูดอะไร...แม่ฮับ...แม่ฮับ...ไอ..เลิฟยู....เท่านั้นแหล่ะ....พ่อ...แม่...พี่...ฮาตรึมเลย...เค้าก็จะยิ้มแก้มแทบปริ...ไม่รู้ไปจำมาจากไหน...ชอบทำอะไรให้ทุกคนฮา...วันต่อมา...มุกเดิมมาอีก...แม่ฮับ...แม่ฮับ....ตา...อาย.....ตา...อาย...เราก็งง...เอ๊ะ...อะไร....ทุกคนก็ลุกขึ้นมานั่งฟังว่าเค้าพูดอะไร.....เค้าก็พูดอยู่นั่นแหล่ะ...ตาอาย...คราวนี้เอามือชี้ที่ตาตัวเอง.....อ๋อ.....แม่เลยถึงบางอ้อ...พาพี่เค้าท่องศัพท์...A -หนึ่ง,ถึง-To..........มันจะมีคำว่า  ตา eye  ใน in  .....จบด้วยคำศัพท์ประมาณ  20 กว่าคำ  เค้าก็ท่องนกแก้วนกขุนทองของเค้านั่นแหล่ะจนจบ....เม้าท์เรื่องลูกนี่...ไม่มีวันจบจริงๆค่ะ...เหนื่อยแต่ก็สนุกและมีความสุข  เขียนไปเรื่อยๆพูดไปเรื่อยๆ....ไม่เคร่งเครียดอะไร...พูดวิชาการมากก็สมองจะแตก....แต่ชอบอ่านผู้มีประสบการณ์ที่ได้กรุณาเล่าให้ฟังผ่าน G2K  เราด้อยประสบการณ์ต้องอ่านเยอะๆ...ส่วนเรื่องการเขียนการเล่าเรื่อง....ขอให้เป็นตัวตนและธรรมชาติของจิตในแต่ละขณะจะดีกว่า.....ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักเขียนมือทอง....ไม่ได้เสแสร้งจะให้ใครพอใจ....ดังเช่น...ประโยคประโยคหนึ่งของหลวงปู่ชาที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า.......ไม่ยินดีต้อนรับใคร....ไม่รังเกียจใคร...ยังไงก็ยังงั้นแหล่ะค่ะ..ท่านผู้อ่าน

หมายเลขบันทึก: 156940เขียนเมื่อ 2 มกราคม 2008 02:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มีนาคม 2012 21:15 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี