เมื่อพูดถึงขนม ภาพที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงติดตามมาก็คงจะไม่พ้นภาพเด็กกำลังกินขนม เด็กๆ กับขนมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันไปทุก
หนทุกแห่ง ดังนั้นเราจึงจะเป็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่ผลิตขึ้นมาเพื่อขายเด็กโดยเฉพาะมีอยู่มากมาย แม้แต่ผลิตภัณฑ์ทั่วไป
เวลาที่โฆษณาก็มุ่งเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มเด็ก อันที่จริงแล้วขนมก็เป็นเรื่องปกติประเด่นที่ควรจะต้องพิจารณาก็คือเรื่องของคุณภาพของ
ขนมและปริมาณทีรับประทานเข้าไป
ขนมที่มีจำนวนโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ พวกที่จัดเป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว บรรจุในซองหรือกล่องปิดสนิทผลิตในระดับ
อุตสาหกรรม และประเภทขนมที่ต้องรับประทานในสภาพสด เช่น ขนมปัง ขนมแบบไทยๆ พวกขนมชั้น วุ้นกะทิ ฝอยทอง เม็ดขนุน เป็น
ต้น ในที่นี้จะขอพูดถึงเฉพาะผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว พอจะแบ่งออกได้อย่างชั่วคร่าวๆ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
ขนมประเภทของกรอบ ผลิตภัณฑ์ในประเภทนี้จัดได้ว่ามีมากชนิดที่สุดและยังมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบชิ้นรูปร่างต่างๆ แบบแผน
แบบแท่ง รสหวาน รสเค็ม แม้กระทั้งแบบสอดไส้ บางชนิดอาจต้องนำไปทอดในน้ำมันจึงจะพองสวยอย่างที่เห็น รวมทั้งข้าวเกรียบ และมัน
ฝรั่งทอดก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน ซึ่งจะกรอบแต่อาจไม่ค่อยพอง
ขนมประเภทปลาเส้นและถั่วชนิดต่างๆ เหตุผลหนึ่งที่นำขนมเหล่านี้มาจัดไว้ด้วยกัน ก็เพราะทั้งปลาเส้นและถั่วเป็นขนมขบเคี้ยวที่
ค่อนข้างจะยังคงรูปลักษณ์ของวัตถุดิบตั้งต้นอยู่มาก โดยเฉพาะพวกถั่ว ปลาเส้นนั้นมีทั้งที่ทำจากปลา ปลาหมึก และปูอัด ส่วนถั่วก็มีทั้ง
ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วที่เป็นของต่างประเทศ เช่น พวกอัลมอนด์ พิสตาชิโอ เป็นต้นอาจนำมาอบ คั่ว หรือทอด ผสมเกลือและ
เครื่องปรุงรสอื่น หรือนำมาเคลือบ
เยลลี่พร้อมบริโภค มีทั้งชนิดบรรจุถ้วยขนาดพอคำและถ้วยใหญ่ที่ต้องตักกินส่วนประกอบที่ให้ลักษณะของเยลลี่จะเป็นพวกส่วนผสม
ที่สกัดมาจากส่วนของพืชของชนิดหรือสาหร่าย ส่วนผสมเหล่านี้มีคุณสมบัติในการเกิดเป็นวุ้นหรือเจลเมื่อผสมน้ำ และบางชนิดก็ต้องมีน้ำ
ตาลด้วย โดยตัวของมันเองแล้วไม่มีสารอาหารแต่จะมีพวกเส้นใยอาหารเป็นส่วนประกอบดังนั้นอาหารหลักในเยลลี่ที่จริงแล้วคือน้ำตาล
บางชนิดอาจมีการผสมน้ำผลไม้ลงไปบ้างและมีการแต่สีและกลิ่นเลียนแบบผลไม้ต่างๆ
ลูกอมทั้งแบบอมและแบบเคี้ยว ชนิดที่เป็นลูกอมแบบเม็ดแข็งหรือ แบบหนืดที่เคี้ยวได้ ส่วนประกอบหลักของลูกอม ก็คือน้ำตาล
ซึ่งส่วนมากจะมีอยู่ไม่น้อยกว่า 90% อาจเป็นน้ำตาลทราย หรือมีการใช้น้ำตาลอื่นด้วย เช่นน้ำเชื่อมข้าวโพด กลูโคส เป็นต้น
ขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่จะมีแป้งหรือน้ำตาลเป็นองค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นขนมประเภทของกรอบเยลลี่และลูกอม จึงเป็นแหล่งของ
คาร์โบไฮเดรตซึ่งให้พลังแก่ร่างกายถ้าขนมนั้นผ่านการทอดในน้ำมันก็จะได้ไขมันตามไปด้วย จะเป็นว่ามีส่วนน้อยมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ
ที่พอจะหาได้ก็คงจะเป็นในพวกปลาเส้นและส่วนต่างๆ ดังนั้นเมื่อเด็กๆ กินขนมโดยมากแล้วสิ่งที่ได้ก็คือพลังงานแต่เด็กที่มีสารอาหารอื่นๆ
อีกด้วยโดยเฉพาะโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ ดังนั้นการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทากไปโดยที่ไม่ได้รับอา
หารอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากพอ จะทำให้เกิดปัญหาทางโภชนาการได้ เพราะเด็กๆ มักจะชอบกินขนม ถ้าปล่อยให้รับประทานตามใจ
ชอบโดยไม่เลือกเวลาและไม่จำกัดปริมาณ อาจทำให้อิ่มและไม่อยากทานอาหารเมื่อถึงเวลาสำหรับมื้ออาหารปกติ จึงเป็นหน้าที่ของคุณ
พ่อ-คุณแม่ หรือผู้ที่ดูแลเด็กจะต้องช่วยพิจารณา โดยการเลือกชนิดของขนมแลกำหนดช่วงเวลาที่จะให้ทานขนมได้ เช่นเวลาอาหารว่าง
ตอนเช้าหรือตอนบ่ายให้ห่างจากมื้ออาหารพอสมควร นอกจากนี้ในแง่ของความปลอดภัยในการบริโภคของขนมของเด็กๆ ผู้ใหญ่ควรจะ
ดูแลด้วยว่าขนมที่ซื้อมานั้น สะอาด บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาดหรือรั่ว ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค
หรือสิ่งสกปรกอื่นได้ ยังไม่ถึงวันหมดอายุ และถ้าขนมนั้นมีสารปรุงแงเช่น ผงชูรส สารแต่งกลิ่นสีสังเคราะห์และอื่นๆ ในปริมาณมาก
ก็ไม่ควรให้รับประทานบ่อยนัก
ขนมกับสุขภาพ
ขนมกับสุขภาพ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Numbernine · 30 พ.ค. 2550
กีรศักดิ์ พะยะ · 30 พ.ค. 2550
ครูบรรณฯ · 30 พ.ค. 2550
ตามฝัน · 30 พ.ค. 2550
chuleeporn chaipunya · 30 พ.ค. 2550
เมื่อพูดถึงขนม ภาพที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงติดตามมาก็คงจะไม่พ้นภาพเด็กกำลังกินขนม เด็กๆ กับขนมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันไปทุก
หนทุกแห่ง ดังนั้นเราจึงจะเป็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่ผลิตขึ้นมาเพื่อขายเด็กโดยเฉพาะมีอยู่มากมาย แม้แต่ผลิตภัณฑ์ทั่วไป
เวลาที่โฆษณาก็มุ่งเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มเด็ก อันที่จริงแล้วขนมก็เป็นเรื่องปกติประเด่นที่ควรจะต้องพิจารณาก็คือเรื่องของคุณภาพของ
ขนมและปริมาณทีรับประทานเข้าไป