<div class="O" align="center"><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ปัญหาในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV ในหญิงตั้งครรภ์
เพียงคนเดียว โดยไม่พร้อมสามี</p>
o ภรรยาที่มีผลเลือดบวก ส่วนหนึ่งไม่ยอมบอกสามี / ไม่กล้าบอกo สามีของภรรยาที่มีผลเลือดบวก ส่วนหนึ่ง ขาดความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพภรรยาและบุตรในครรภ์o สามีของหญิงที่มีผลเลือดลบ ไม่ได้เรียนรู้ และไม่ได้เลิกพฤติกรรมเสี่ยง จึงมีโอกาสติดเชื้อ ทำให้แม่หลายรายที่พบว่าไม่ติดเชื้อในการฝากครรภ์ท้องที่แล้ว “ กลับมีผลเลือดบวก ในการฝากครรภ์ครั้งใหม่ ”o ในแม่ที่มีผลเลือดลบ บางรายสามีอาจติดเชื้อแล้ว แต่ภรรยายังไม่ติด หรือ อยู่ใน window period <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">Figure 1: Number of participating cases</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ความยากลำบากในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV
ในหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี</p>
o ปัญหาด้าน Counseling <ol style="margin-top: 0in">
</ol>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ความยากลำบากในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV
ในหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี</p>
o ปัญหาด้าน Administrative
1. ทำอย่างไรจึงจะให้สามีมาพร้อมกับภรรยาที่มาฝากครรภ์
2. การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เช่น เนื้อที่ห้องฝากครรภ์
ต้องเพิ่มขึ้น การให้บริการตรวจเลือดที่ต้องเพิ่มขึ้น ห้องสอน สุขศึกษา ฯลฯ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">3. อาจต้องมีการเปลี่ยน ระบบระเบียบ และการเตรียมพร้อมของ บุคลากรในโรงพยาบาล</p>
ความยากลำบากในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV
ในหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี
o ปัญหาด้าน Counseling <ol style="margin-top: 0in">
</ol>
ข้อดี ในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV
ในหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี
o ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสามี
o สามีได้รับรู้ถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคเอดส์ และลด เลิก ไม่มี พฤติกรรมเหล่านั้นo มีโอกาสได้ช่วยให้สามีภรรยาติดต่อสื่อสารกันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ เรื่องการเลิกพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อเอดส์o ช่วยให้การเปิดเผยผลเลือดระหว่างสามีและภรรยาได้มากขึ้นo ในรายที่สามีหรือภรรยา ติดเชื้อเพียงคนเดียว สามารถป้องกันไม่ให้ เชื้อแพร่เชื้อไปสู่อีกคนหนึ่งได้ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ข้อเสีย ในการให้การปรึกษาเกี่ยวกับ HIV
ในหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี</p>
o กรณีที่บุคลากรที่ให้การปรึกษา ขาดความรู้ความเข้าใจ และ
ทักษะในการให้การปรึกษาที่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ ของคู่สามีภรรยาที่มาปรึกษา <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .5in" class="MsoNormal">o การจัดระบบบริการที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นความยุ่งยาก และ</p> เพิ่มงานให้แก่บุคคลากรมากขึ้น <p style="margin: 0in 0in 0pt -0.25in; text-indent: 0.25in" class="MsoNormal"></p> n เป็นกระบวนการที่ ผู้ให้บริการปรึกษา และ ผู้รับบริการปรึกษาทั้งสองฝ่าย มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดย CO.จะใช้คุณสมบัติส่วนตัว ความสามารถทักษะต่างๆ เพื่อให้ CL. ทั้งสองฝ่าย ได้สำรวจตนเอง เข้าใจตนเอง เข้าใจปัญหา สาเหตุและความต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ หลักการที่สำคัญ <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .5in" class="MsoNormal">• Co. ต้องทำให้ Cl. ได้สำรวจตนเอง เข้าใจปัญหา สาเหตุและความต้องการ </p>
และ Co. ต้องทำความเข้าใจ ในปัญหาที่แท้จริงของทั้งสองฝ่าย
• Co. เปรียบเหมือนตัวเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจปัญหา
ที่แท้จริงระหว่างกัน ไปพร้อม ๆกัน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ผู้ให้การปรึกษาควรมีทักษะดังนี้l ทักษะพื้นฐาน ( Basic skill Counselling ) l การเชื่อมโยง ( Connecting ) <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .5in" class="MsoNormal">l Cl. 1 เล่าเหตุการณ์หรือเนื้อเรื่อง</p>
l Co. จะใช้ทักษะ (การสะท้อนความรู้สึก / สรุปความ )
ถามไปยัง Cl. 2ภรรยา : หนูคิดเสมอว่าหนูอาจเป็นคนที่ทำให้พี่เขาติดเชื้อ เพราะสามีคนเก่า
เที่ยวเก่งมาก ทุกครั้งที่หนูมองพี่เขา น้ำตามันจะไหลทุกทีเลย <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.25in" class="MsoNormal">Co. : คุณรู้สึกผิด ที่อาจเป็นต้นเหตุให้สามีติดเชื้อเอดส์ได้ </p> ไม่ทราบว่า คุณ….(สามี)…..คิดอย่างไร ? <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.25in" class="MsoNormal">สามี : ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมา ผมรักเขามาก เขาก็เป็นคนดี </p> ผมไม่เคยโทษเขาเลย <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.25in" class="MsoNormal">Co. : คุณ….(ภรรยา)….เป็นคนโชคดีมาก </p> ที่มีสามีที่ดี และรักคุณมากขนาดนี้ l การถามเวียนทุกฝ่าย ( Circular Questioning ) <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 55.5pt" class="MsoNormal"> </p>
• การถามทุกฝ่าย จากเหตุการณ์ (event) นำไปสู่ปฏิสัมพันธ์ (interaction) และถามความรู้สึก นึกคิด ของทุกฝ่าย ต่อ ปฏิสัมพันธ์
ดังกล่าวจนได้ สมมุติฐานของปัญหา ซึ่งเป็นที่เข้าใจร่วมกันทุกฝ่าย <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การสร้างสมมติฐานทำได้โดย นำข้อมูลที่ได้จากการใช้คำถามเวียนทุกฝ่าย มาชี้ให้เห็น ว่าสาเหตุ</p> ของปัญหานั้น เป็นความขัดแย้งของคนทั้งคู่ ซึ่งเป็นผลมาจาก การที่ทุกฝ่ายมีความรู้สึก และความคิดเห็นต่อปัญหาต่างกัน ทั้ง ๆ ที่ทุกฝ่ายมีจุดยืน หรือความต้องการ ที่ดีต่อกันอยู่ แต่ขาดโอกาสที่จะได้สื่อสาร กันอย่างเข้าใจ l การสื่อสารระหว่างบุคคล ( Interpersonal Communication ) </font> <div class="O"></div></span></div>