เมื่อวานหลังจากได้กล่าวถึงการทดสอบความอยากรู้อยากเห็น เพราะปัจจุบันห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่จะมีเครื่องอัตโนมัติ โดยเฉพาะการทดสอบที่เป็น Routine ซึ่งช่วยให้สะดวก รวดเร็ว แต่ตามที่ได้กล่าวว่าเราคงจะไม่สามารถเห็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ว่า ผลของอะไรจะมารบกวนการตรวจวัด ไม่ว่าจะเป็นความขุ่น (Lipaemic) สีของ Serum ที่เข้มมาก (Icteric) หรือการที่เม็ดเลือดแดงแตกเกิด Hemolysis ว่าจะมีผลขนาดไหนได้
ภาพของเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ ที่เห็นเป็นหลุมใส ๆ นั่นก็คือแทนหลอดทดลองหรือที่เราเรียกกันว่า Cuvett นั่นเอง
วันนี้พบว่ามีสิ่งส่งตรวจอยู่รายหนึ่งมีค่า D.bilirubin ที่ค่อนข้างสูงมากนั่นคือ 17 mg % และ serum ก็มีความเหลืองมาก ๆ ชักอยากเห็นปฏิกิริยาอีกแล้วสิ เพราะเมื่อวานปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นไม่ชัดนัก เพราะเลือกทำเฉพาะในสารควบคุมคุณภาพที่มีค่าต่ำ และค่าสูง (เพียงแค่ 2 mg% )เอง แต่ค่าสูงที่ว่าก็ยังไม่พอ ทำให้สีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นมีเพียงเล็กน้อย
วันนี้ไม่ทดลองเปล่า นำภาพมาให้ชม ว่าปฏิกิริยาที่เกิดจะเป็นอย่างไร เปรียบเทียบในน้ำยาบริษัท น้ำยาเตรียมเองสูตรดั้งเดิม (ค่าต่ำจะมีปัญหา) และน้ำยาที่เตรียมใหม่ (คิดเอาเอง) ผลปรากฏว่า
ภาพของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น น้ำยาบริษัท น้ำยาเตรียมเอง(สูตรเดิม) น้ำยาสูตรใหม่
เมื่อนำไปวัดค่าความเป็นกรด เป็นด่าง อย่างหยาบได้ดังภาพ
ผลของการตรวจวัดความเป็นกรดด่าง พบความแตกต่างกันระหว่างน้ำยาบริษัท น้ำยาเตรียมเอง (สูตรเดิม) และน้ำยาที่เตรียมขึ้น(สูตรใหม่)
สรุปว่า...เมื่อดูด้วยตาเปล่า พบว่า
- สีที่เกิดขึ้นของน้ำยาสูตรบริษัทและสูตรเดิมที่เตรียมเอง ไม่ได้แตกต่างกันนัก แตกต่างกันเล็กน้อยกับสูตรที่เตรียมขึ้นใหม่
- และเมื่อนำไปวัดความเป็นกรดด่าง (อย่างหยาบ) ก็เช่นกัน นั่นคือน้ำยาสูตรบริษัทและสูตรเดิมที่เตรียมเอง ไม่ได้แตกต่างกันนัก แต่ความเป็นกรดด่างของสูตรใหม่ที่เตรียมต่างมากอย่างเห็นได้ชัด
สรุปอีกครั้ง ...คงต้องไปปรังปรุงสูตรใหม่อีกรอบ เพราะสารควบคุมคุณภาพในค่าต่ำของเราต่ำเกินไปในสูตรน้ำยาเตรียมเอง ดั้งเดิมและสูตรใหม่ เจากการลองเปรียบเทียบผลในค่าต่ำ ยังแก้ปัญหา "ไม่ได้"