วันนี้เป็นวันที่ได้เข้ามาอบรมการใช้ blog ของhttp://gotoknow.org/blog/create และเป็นครั้งแรกของการเข้ามาใช้เว็บนี้ คงต้องลองหน่อยหละ.. ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง อืม...ขอเกริ่นสักนิดก่อนน๊ะครับว่า มีความเป็นมาอย่างไรถึงได้มาออกเรื่องการใช้บล๊อกได้... พอดีที่ มทร.ศรีวิชัย เค้าจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง TACIT KNOWLEDGE ขึ้น ผมในฐานะตัวแทนสำนักงานวิทยาเขตตรัง ก็ได้เข้ามาร่วมอบรมกะเค้าด้วยครับ..และการอบรมในครั้งนี้ก็เป้นโอกาศดีที่ที่ได้ ผศ.กรกนก และ อ.อาคม เป็นวิทยากรให้ความรู้ในการอบรมในครั้งนี้...
ครับ...เท่าที่ดูๆน๊ะครับ Blog ก็คล้ายๆกับการใช้ไดอะรี อะครับ เมื่อก่อนสมัยที่เรียน ป.ตรี ปมก้เคยใช้พวกเว็บบันทึกไดอะรี่ประจำวันอยู่เหมือนกัน เช่น www.diaryhub.com หรือ www.diarycafe.com แต่ตอนนี้ไม่ได้เข้าไปดูและไม่ได้เข้าไปเขียนนานแล้ว.... ไม่รู้ว่าปิดไปหรือยัง? เมื่อก่อนเป็นอะไรที่สุดๆๆ เรื่องการเขียนได้อะรี่ออนไลน์อะครับ เพื่อนในเอกเดียวกันจะเขียนกันทุกคน และก็ได้เข้าไปอ่านและเปลี่ยนความรู้สึกกัน...อืม...พูเข้าเรื่องดีกว่าน๊ะครับ
Blog คืออะไร?
Weblog หรือเรียกสั้นๆ ว่า blog (บล็อก) เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะนำเวบไปใช้งานในรูปแบบอื่น ให้อธิบายง่ายๆ blog คือ ไดอารี่ออนไลน์นั่นเอง เริ่มจากเราทำการสมัครสมาชิกของ blog หรือจะตั้งเซิร์ฟเวอร์เองก็ได้ แล้วก็เขียนเรื่องราวต่างๆ ตามใจชอบ โดย blog จะแสดงผลตามวันเหมือนกับไดอารี่ทุกประการ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วจะเขียนเรื่องอะไรลงใน blog ของเราดีล่ะ อันนี้หลากหลายมาก (เหมือนกับเราเขียนไดอารี่นั่นแหละ) บางคนอาจจะบันทึกเรื่องที่เจอในแต่ละวัน บางคนอาจจะเขียนวิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง บางคนอาจจะแนะนำเวบไซต์ที่เจอมาในวันนั้น แต่งกลอน โพสรูปที่ไปเที่ยวมา หรือบางครั้งก็ร่วมกันเขียนเป็นทีม ขึ้นกับเจ้าของ blog ว่าต้องการเขียนไปในทางไหน
ทำไม blog ถึงมีค่าแก่การพูดถึง?
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว การเขียน blog ฟังดูธรรมดามากเลยใช่มั้ยครับ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ฮิต และอินเทรนด์ที่สุดบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ผมลองมานั่งนึกสาเหตุที่ทำให้ใครๆ ก็ติด blog มาได้หลายประการดังนี้ครับ
1. เขียน blog เหมือนกับเล่นเวบบอร์ด
กฎข้อแรกของการสร้างเวบไซต์ให้ติดตลาด คือ ต้องทำให้ผู้ชมกลับมาเยี่ยมเวบของเราอีกให้ได้ และวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือ สร้างชุมชนของผู้ชม (Community) ให้เกิดขึ้นบนเวบของเรา เพราะเหตุนี้จึงทำให้เวบที่เน้นการสนทนาผ่านเวบบอร์ดอย่าง Pantip.com กลายเป็นเวบไซต์อันดับหนึ่งของเมืองไทยมาหลายปี blog เป็นการแสดงความคิดเห็นของเราให้คนอื่นอ่านวิธีหนึ่ง เพียงแต่เป็นเวบบอร์ดส่วนตัวที่คนเขียนคือเจ้าของ blog เท่านั้น (ผู้ชมสามารถแสดงความเห็นได้เป็น comment)
2. เขียน blog ไม่ต้องระวังเท่าเวบบอร์ด
จุดอ่อนของเวบบอร์ดคือคนเยอะ และเมื่อเกิดความขัดแย้งกัน ก็จะทะเลาะกันใหญ่โต Pantip.com เจอปัญหานี้มากจนต้องตั้งระบบสมาชิกที่เข้มงวด ทำให้ลำบากในการสมัคร blog เข้ามาทดแทนในจุดนี้ได้พอดี เราสามารถเขียนอะไรลงใน blog ของเราก็ได้โดยไม่ต้องกลัวใครว่า ไม่ต้องกลัวข้อมูลมั่ว (เพราะว่าเป็น blog ของเรานี่นา) ทำให้หลายๆ คนเกิดความสบายใจในการเขียน blog มากกว่าเวบบอร์ดที่มีคนมาคอยเถียงหรือจับผิด
3. blog มีเนื้อหาต่อเนื่อง
คนที่สนใจในเรื่องเดียวกันก็มักจะเข้าเวบบอร์ดเฉพาะเรื่อง แต่ปัญหาอีกอย่างของเวบบอร์ดคือ กระทู้ตกเร็ว และแต่ละกระทู้ไม่ต่อเนื่องกัน เพราะต่างคนต่างโพส แต่ blog นั้นเป็นของเจ้าของคนเดียว เขียนคนเดียว สามารถควบคุมความต่อเนื่องของเนื้อหาได้สะดวกกว่า ยิ่งเจ้าของ blog นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เราสนใจพอดี นี่จะสนุกมากเลยครับ ได้อ่านอะไรๆ ที่วงในเค้ารู้กันได้จาก blog นี่ล่ะ
4. มันก็เหมือนแอบอ่านไอดารี่คนอื่น
การแอบอ่านไดอารี่เป็นอะไรที่ไม่ดีแต่สนุกมาก blog นั้นกลับกัน เป็นไดอารี่ที่อยากให้คนอื่นอ่าน ดังนั้นเจ้าของ blog จะประดิษฐ์ ประดอยหาเรื่องที่น่าสนใจมาเขียนให้อ่าน ทำให้เรื่องใน blog นั้นก็น่าสนใจมากขึ้น
จะเขียน blog ได้ที่ไหน?
คงอยากจะลองอ่านหรือเขียน blog กันบ้างแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดคือสมัครสมาชิกของเวบไซต์ที่ให้บริการ blog สักแห่ง ที่แนะนำและนิยมที่สุดคือของ blogger (www.blogger.com) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกูเกิล ใช้ง่ายและมีเครื่องมือค่อนข้างครบครัน blog ที่สมัครกับ blogger สามารถจะฝากไว้ (ได้ชื่อเป็น username.blogspot.com) หรือจะให้ส่งข้อมูลของ blog มาที่เซิร์ฟเวอร์ของเราเองก็ได้ในกรณีที่มีเซิร์ฟเวอร์ รายละเอียดทางเกี่ยวกับ Weblog ปัจจุบันมีหนังสือภาษาไทยออกมาแล้ว ชื่อว่า "ทำเล่นให้เป็น blog" เขียนโดยคุณเกรียงไกร วิชระอนนท์ ราคา 195 บาท ISBN 974-91996-8-5 เนื้อหาละเอียดดีมาก
ปัจจุบัน blog เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมาก ขนาดที่บิล เกตส์ ยังต้องออกมาพูดถึงว่า ในอนาคต การสื่อสารภายในองค์กรจะใช้ blog นี่ล่ะ โครงการโอเพ่นซอร์สใหญ่ๆ นักพัฒนาคนสำคัญจะมี blog ไว้แสดงความก้าวหน้าในการพัฒนาโปรแกรมของตนเอง เมื่อนำมา blog ของทุกคนมารวมกัน ก็จะได้ข่าวสารวงในที่อัพเดทไม่แพ้สื่ออื่นๆ เลยล่ะ ส่วนตัวอย่าง blog ของผมอยู่ที่ markpeak.blogspot.com ว่างๆ มาเขียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผ่าน blog ได้ครับ
(ข้อมูลบางส่วนได้มาจาก http://www.bangkokbiznews.com)
ขอบคุณนะคะกำลังจะเปิด blog ของตัวเองมาอ่านได้ความรู้เพิ่มขึ้นพอดี
สวัสดีครับคุณ FeeHub zaza
ขอบคุณครับ
ยินดีต้อนรับค่ะ จะรออ่านบันทึกค่ะ
ขอเพิ่มเติมที่มาของ blog หน่อยนะครับ
ที่มาของข้อมูล จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บล็อก
บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog)
เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า
weblog หรือ web log โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก
web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน
หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง
ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่
ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ
และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย
ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย
ความแตกต่างระหว่าง blog และ diary
ระหว่างเว็บ blog และ เว็บ diary นั้น มีความใกล้เคียงกัน
เพียงแต่บล็อกมีความเป็นเนื้อหาที่กว้างขวาง มีเนื้อหาที่น่าสนใจ หลากหลาย
และส่วนหนึ่งเป็นเนื้อหาที่มีความน่าเชื่อถือ หรือเป็นความรู้ ในขณะที่ ไดอารี่ นั้น
เป็นลักษณะของการเขียนบันทึกส่วนตัว มากกว่า
หรือ หากจะพูดง่ายๆ ก็คือ ไดอารี่ เป็นเพียง หนึ่งในรูปแบบของเว็บบล็อก
---------------------------------------------------
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ขอบคุณทุกๆคำแนะนำครับ ....
พอดีหลังจากอบรมไปก็ไม่ได้เข้ามาเปิดนานมากเลยครับ เกือบเดือนนึงเต็มๆ พอดีประจวบกับงานเยอะจนล้นมือ.....จึงไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน มาเขียนเท่าไหร่... วันนี้นอนอยู่เกิดนึกขึ้นได้ และพอดีได้เข้าไปอ่านบทความของท่านอาจารย์วิภัทร http://gotoknow.org/blog/easykm/17306 น่าสนใจมากๆ เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาคุย/เขียน ให้ผู้รู้ช่วยแนะนำ
ดุลายเซ็นดาราเกาหลีใต้ลีจุนกิไหม เพลง Ringa Ringa และ Linga Ringa และ For You และ Foolish Love และ Merry Christxms และ Srnghyoe in geuo Neun และ So in Love.และ หนังละครโบราณเรื่อง Migistrrtte nd Criminl Mind I และ Misgistrrtte nd Criminl Mind II และ Misgistrrtte nd Lw school Love และ Misgistrrtte nd Mfi shinghi และ Misgistrrtte nd Moon Lovers I และ Misgistrrtte d moon Lovers II และ Scrlet Herts และ Moon Lovers.