แบบฝึกทบทวน บทที่ 1 ตอนที่1 1. เหตุใดเครื่องคอมพิวเตอร์จึงต้องใช้ระบบเลขฐานสองในการทำงาน-เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำงาน ซึ่งสถานะของไฟฟ้านั้นจะประกอบด้วยสองสถานะ คือ สถานะปิดและสถานะเปิด ซึ่งตรงกับจำนวนตัวเลขในระบบเลขฐานสองซึ่งมีสองจำนวน คือ 0กับ12. แปลงค่า 34ฐานสิบให้เป็นเลขฐานสองและฐานสิบหก- ค่า34ฐานสิบ ในเลขฐานสอง คือ 100010 ฐานสอง- ค่า34ฐานสิบ ในเลขฐานสิบหก คือ 22 ฐานสิบหก3. แปลงค่า 110101ฐานสอง ให้เป็นเลขฐานสิบและฐานสิบหก- ค่า110101ฐานสอง ในเลขฐานสิบ คือ 53ฐานสิบ- ค่า110101ฐานสอง ในเลขฐานสิบหก คือ 35 ฐานสิบหก4. หาผลบวกของ 101100+101- 101100+101=110001ฐานสอง5. หาผลบวกของ 36BH+F6H- 36BH+F6H=461H6. หาผลต่างของ 36BH-F6H- 36BH-F6H=275H คำถามทบทวน ตอนที่21. 24 กิโลไบต์มีกี่ไบต์- 24 กิโลไบต์ มีค่าเท่ากับ 4096 ไบต์2. เหตุใดจึงเรียกแรมในอีกชื่อหนึ่งว่าหน่วยความจำสำรอง- เนื่องจาก แรมทำหน้าที่เก็บข้อมูลเพื่อการประมวลผลในขณะที่เปิดใช้งานเครื่องนั้นอยู่ หากปิดเครื่องข้อมูลที่มีอยู่ในหน่วยความจำแบบแรมก็จะหายไปด้วย3. อธิบายองค์ประกอบและหน้าที่ขององค์ประกอบใน CPU3.1 รีจีเตอร์ –cpuจะใช้รีจีเตอร์ในการเก็บข้อมูลที่ดึงมาจากหน่วนความจำเพื่อนำมาประมวลผล3.2 หน่วยประมวลผลทางคณิตศาสตร์และตรรกะ–ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลต่างๆ รวมถึงการประมวลผลทาวตรรกะ3.3 โปรแกรมเคาเตอร์–ทำหน้าที่ชี้ตำแหน่งของคำสั่งในการทำงาน โดยในแต่ละครั้งที่cpuประมวลผล 1คำสั่งค่าของโปรแกรมเคาเตอร์จะเพิ่มขึ้นทีละ1 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงตำแหน่งของคำสั่งตำแหน่งถัดไป3.4 ตัวแปลงคำสั่ง–ทำหน้าที่ตีความหมายของคำสั่งแต่ละคำสั่งที่รับเข้ามาในcpu4. บอกชนิดและหน้าที่ของบัส- บัสแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ4.1 บัสข้อมูล–เป็นเส้นทางในการรับ/ส่งข้อมูลระหว่างกัน4.2 บัสตำแหน่ง– เป็นเส้นทางในการรับ/ส่งตำแหน่ง ซึ่งอาจเป็นตำแหน่งของหน่วยความจำหรือตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ต้องการติดต่อ 4.3 บัสควบคุม–ทำหน้าที่ในการรับ/ส่งสัญญาณในการควบคุมการทำงานต่างๆในระบบคอมพิวเตอร์5. หากบัสตำแหน่งมีขนาด 16 เส้น จะสามารถอ้างถึงตำแหน่งของหน่วยความจำได้สูงสุดเท่าใด- หากบัสตำแหน่งมีขนาด 16 เส้น จะสามารถอ้างถึงตำแหน่งของหน่วยความจำได้สูงสุด 65535 ไบต์6. รีจีเตอร์มีประโยชน์อย่างไร- รีจีเตอร์มีประโยชน์ คือใช้ในการเก็บข้อมูลที่ดึงมาจากหน่วนความจำเพื่อนำมาประมวลผล7. โปรแกรมเคาเตอร์ทำหน้าที่อะไร- โปรแกรมเคาเตอร์–ทำหน้าที่ชี้ตำแหน่งของคำสั่งในการทำงาน โดยในแต่ละครั้งที่cpuประมวลผล 1คำสั่งค่าของโปรแกรมเคาเตอร์จะเพิ่มขึ้นทีละ1 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงตำแหน่งของคำสั่งตำแหน่งถัดไป8. ตัวแปลงคำสั่งทำหน้าที่อะไร- ตัวแปลงคำสั่ง–ทำหน้าที่ตีความหมายของคำสั่งแต่ละคำสั่งที่รับเข้ามาในcpuคำถามทบทวนตอนที่31. ไมโครโปรเซสเซอร์ หมายถึงอะไร-ไมโครโปรเซสเซอร์ หมายถึง การรวบรวมเอาองค์ประกอบทั้งหมดของcpuเข้ามาไว้ในไอซีตัวเดียวกัน2. อธิบายข้อจำกัดของการใช้หลอดสูญญากาศในการประดิษฐ์เครื่อวคอมพิวเตอร์- หลอดสูญญากาศเป็นอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก3. อธิบายความแตกต่างของcpu แบบCISCและ RISC- cpu แบบCISCเป็น cpu ที่มีการออกแบบวงจรคำสั่งสำหรับการทำงานทั้งหมดที่เป็นไปได้ไว้ ทำให้มีคำสั่งจำนวนมาก ใช้ทรัพยากรมาก การออกแบบยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลานาน cpu แบบRISC เป็น cpu ที่มีการออกแบบโดยพยายามลดจำนวนคำสั่งลงทำให้ใช้ทรัพยากรในการทำงานน้อย ส่งผลให้การทำงานของ cpu มีความเร็วสูงขึ้น แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่11. แปลงค่า เลขฐานสิบให้เป็นเลขฐานสอง1.1 12-12เลขฐานสิบ=1100เลขฐานสอง1.2 123-123เลขฐานสิบ=1111011เลขฐานสอง1.3 63-63เลขฐานสิบ=111111เลขฐานสอง1.4 128-128เลขฐานสิบ=10000000เลขฐานสอง 2. แปลงค่า เลขฐานสอง ให้เป็น เลขฐานสิบ2.1 100100-100100เลขฐานสอง=36เลขฐานสิบ2.2 1000001-1000001เลขฐานสอง=65เลขฐานสิบ2.3 1101-1101เลขฐานสอง=13เลขฐานสิบ2.4 00100010-00100010เลขฐานสอง=34เลขฐานสิบ3. แปลงค่า เลขฐานสอง ให้เป็นเลขฐานสิบหก3.1 100100-100100เลขฐานสอง=24เลขฐานสิบหก3.2 1000001-1000001เลขฐานสอง=41เลขฐานสิบหก3.3 1101100100-1101เลขฐานสอง=Dเลขฐานสิบหก3.4 00100010-00100010เลขฐานสอง=22เลขฐานสิบหก4. แปลงค่า เลขฐานสิบหกให้เป็นเลขฐานสองและเลขฐานสิบ4.1 2B9H-2B9Hเลขฐานสิบหก=001010111001เลขฐานสอง 2B9Hเลขฐานสิบหก=715เลขฐานสิบ4.2 F44H-F44Hเลขฐานสิบหก=111101000100เลขฐานสอง F44Hเลขฐานสิบหก=3975เลขฐานสิบ4.3 912H-912Hเลขฐานสิบหก=100700010010เลขฐานสอง 912Hเลขฐานสิบหก=2385เลขฐานสิบ4.4 FFFFH-FFFFHเลขฐานสิบหก=1111111111111111เลขฐานสอง FFFFHเลขฐานสิบหก=8470เลขฐานสิบ5. บวกค่าเลขฐานสิบหกต่อไปนี้5.1 2CH+3FH-2CH+3FH=6BH5.2 F34H+5D6H-F34H+5D6H=1510H5.3 20000H+12FFH- 20000H+12FFH=212FFH6.ลบค่าเลขฐานสิบหกต่อไปนี้6.1 24Fh-129H- 24Fh-129H=126H6.2 FE9H-5CCH- FE9H-5CCH=A1Dh6.3 2FFFFH-FFFFFH- 2FFFFH-FFFFFH=2H7. แสดงค่ารหัสแอสกี้ตั้งแต่ 0-9 ในรูป เลขฐานสองและเลขฐานสิบหก-เลขฐานสอง เลขฐานสิบหก รหัสแอสกี้0110000 30 00110001 31 10110010 32 20110011 33 30110100 34 40110101 35 50110110 36 60110111 37 70111000 38 80111001 39 98. แสดงค่ารหัสแอสกี้ต่อไปนี้computer-รหัสแอสกี้ = 636F6D7075746572Welcome-รหัสแอสกี้ = 57656C636F6D65UbonratchathaniRajabhatUniversity-รหัสแอสกี้ = 55626F6E7261746368617468616E69 52656C636F6D65 556E6976657273697479 คำถามทบทวน บทที่ 2 ตอนที่ 11. บอกคุณสมบัติของ 8086 ที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก8080/8085 มา 3 ข้อ-คุณสมบัติของ 8086 คือ 1. สามารถอ้างถึงหน่วยความจำได้ถึง 1 เมกกะไบต์ 2. ขนาดของบัสมีขนาดเพิ่มขึ้นจากเดิม 8080/8085 มีเดต้าบัสขนาด 8 บิต ในขณะที่ 8086 มีขนาดเดต้าบัสขนาด 16 บิต ทำให้ทำงานเร็วขึ้น 3. การนำเอาระบบไปป์ไลน์เข้ามาใช้งาน จะทำให้การทำงานมีความเร็วขึ้นมาก2. บอกความแตกต่างของ 8088 กับ 8086- ความแตกต่างของ 8088 กับ 8086 คือ 8088 มีระบบบัสภายในขนาด 16 บิต แต่ระบบภายในได้รับการออกแบบให้มีขนาด 8 บิต เพื่อรองรับการใช้งานและเพื่อลดต้นทุนการผลิต3. บอกขนาดของบัสตำแหน่งและขนาดของตำแหน่งหน่วยความจำของซีพียู 80286,80386- 80286 มีขนาดของบัสตำแหน่ง 24 บิต ตำแหน่งหน่วยความจำ 16เมกกะไบต์ 80386มีขนาดของบัสตำแหน่ง16 บิต ตำแหน่งหน่วยความจำ32 เมกกะไบต์4. 80286 เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาด 16 บิต ในขณะที่ 80386 เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาด 32 บิต5.บอกความแตกต่างของ80286 กับ 80386SX-ความแตกต่างของ80286 กับ 80386SX คือ 80286 มีระบบภายในและภายนอกขนาด 16 บิต และบัสตำแหน่งขนาด 24 บิต อ้างถึงตำแหน่งหน่วยความจำได้ 16 เมกกะไบต์ สามารถอ้างถึงหน่วยความจำแบบเสมือนได้ 80386SX เป็นโปรเซสเซอร์ที่มีบัสภายใน 32 บิต และบัสภายนอกขนาด 16 บิต โดยสามารถอ้างตำแหน่งหน่วยความจำได้ 16 เมกกะไบต์ 6. คุณสมบัติใดบ้างที่มีใน 80286 แต่ไม่มีใน 8086- 80286 สามารถอ้างถึงหน่วยความจำแบบเสมือนได้ โดยจะสามารถทำงานได้ใน 2 โหมด คือ โหมดจริงและโหมดป้องกัน7. คุณสมบัติใดบ้างที่มีใน 80486 แต่ไม่มีใน 80386- 80486 มีการรวมเอาโปรเซสเซอร์ประมวลผลทางคณิตศาสตร์เข้ามาไว้ภายใน cpu ตัวเดียวกันและได้มีการเพิ่มเติมคุณสมบัติพิเศษอื่นๆอีก เช่น หน่วยความจำแบบแคช ซึ่งเป็นหน่วยความจำแรมแบบหนึ่งแต่จะเป็นแรมที่มีความเร็วในการทำงานสูงมาก คำถามทบทวน ตอนที่21. อธิบายความแตกต่างของหน้าที่การทำงานของEUและBIU- EU( หน่วยประมวลผลคำสั่ง) ทำหน้าที่ในการทำงานตามคำสั่งต่างๆ ในขณะที่ BIU (หน่วยเชื่อมต่อกับบัส)จะทำหน้าที่ติดต่อกับหน่วยความจำหรืออุปกรณ์ต่างๆในการทำงาน BIU จะทำหน้าที่ไปดักคำสั่งถัดไปในขณะที่ EU ทำการประมวลผลคำสั่งก่อนหน้า2. ไปป์ไลน์คืออะไร และทำให้การทำงานของ cpu เร็วขึ้นได้อย่างไร- ไปป์ไลน์ คือ วิธีการที่จะทำให้ cpuมีความเร็วในการทำงานสูงขึ้นโดยการเพิ่มความถี่ในการทำงานและปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมใน cpu3. แสดงรายชื่อของรีจีเตอร์ใน 8086 พร้อมบอกหน้าที่การทำงาน- รายชื่อของรีจีเตอร์ใน 8086 คือ AX คือ Accumulator,BX คือ Base address register,CX คือ ตัวนับในรอบวงจรหรือการทำงานซ้ำ, DX คือ ตัวที่ใช้ในการชี้ตำแหน่งข้อมูลสำหรับการรับ/แสดงผลข้อมูล
คอมพิวเตอร์สถาปัตย์กรรม
แบบฝึกหัด
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย ประชารัฐ ศรีไศล · 6 พ.ค. 2550
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ · 6 พ.ค. 2550
องค์หญิงกำมะลอ · 6 พ.ค. 2550
นาง สุเทียน สุขร่วม · 6 พ.ค. 2550
แบบฝึกหัดให้ความรู้เราเป็นอย่างมาก ทำให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น
แบบฝึกหัดให้ความรู้เราเป็นอย่างมาก ทำให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
ขอบคุณมากครับ
มีประโยชน์มากครับ
สวัสดีครับ ผมมีความสอนใจอยากไปฝึกสอนเขียนแบบด้วยโปรแกรม 3ds max และ Auto CAD ผมสอนมา 7 ปีแล้วครับ อยากไปสอนที่ประเทศลาว ผลงานผมมีมากมายในกรุงเทพ และ 3d animation รถไฟฟ้าใต้ดิน 3d แบบสถาปัตหรือโครงสร้างอาคารเป็น 3d รวมถึง graphic design ตัดต่อ หากสนใจที่จะดูผลงานผม โทร หรือ ส่งเมล เมล มาก็ได้ครับ 0909255980 / [email protected] ครับ ขอบคุณอย่างยิ่งครับ