ขอเชิญชวนมิตร..สหาย เพื่อนข้าราชการสาย ข และ ค ทุกท่านวางแผนการรับราชการอย่าให้เงินเดือนเต็มขั้นกันเถอะครับ..
- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้นำ จ. 18 มาให้ลงนามรับทราบว่าได้เงินเดือนขึ้นตั้ง ครึ่งขั้น
- กวาดตาดูรายการเงินเดือนเพื่อนเก่า...ที่เก่งๆ...และเคยเป็นบุคลากรหลักของมหาวิทยาลัยมา...ไม่มีชื่อใน จ.18 หลายท่าน...ใจหายคิดว่าย้ายไปไหนแล้ว..(ทำไมไม่ให้เราเลี้ยงส่ง)
- แต่มาทราบภายหลังว่าที่ชื่อไม่มีใน จ.18 เพราะเงินเดือนไม่ขึ้นเนื่องจากเงินเดือนชนเพดานขั้นเงินเดือน...เต็มขั้นแล้ว
- ขณะที่เขี่ยกอล์ฟที่สนาม...ก็ให้คิดถึงว่า...ข้าราชการเราในยุคปัจจุบันนี้งานหนัก...ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง..แล้วเงินเดือนไม่ขึ้นแม้แต่ครึ่งขั้นแล้วจะเอาแรงจูงใจในการพัฒนางานมาจากไหนกัน....น่าเสียดายความรู้ ความสามารถ.....
- ฉะนั้นผมจึงใคร่ขอเชิญชวนมิตร..สหาย เพื่อนข้าราชการสาย ข และ ค ทุกท่านวางแผนการรับราชการอย่าให้เงินเดือนเต็มขั้นกันเถอะครับ...
- ช่องทางหนึ่งที่ทางราชการ เปิดให้สำหรับข้าราชการในมหาวิทยาลัยคือ การรวบรวมเอกสาร ต่าง ๆที่ได้จากการปฏิบัติงานของท่าน เพื่อเสนอขอตำแหน่ง ชำนาญการ ..เชี่ยวชาญ...หรือเชี่ยวชาญพิเศษ
- วิธีการรวบรวมเอกสารเพื่อเสนอขอ ปรับเป็นตำแหน่ง ชำนาญการนั้น กองการเจ้าหน้าที่ มมส. มีระเบียบ... และบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ แนะนำท่านได้ (เคยจัดอบรมแล้วหลายครั้ง)
- หรือใน มมส. ก็มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ ที่จะแนะนำได้หลายท่านและหลากหลายตำแหน่ง
- และ หรือในสำนักวิทยบริการ มมส. ก็มีตัวอย่างเอกสาร...และบรรณารักษ์ที่จะแนะแนวการสืบค้น...อีกทั้งมีบุคลากรหลายท่านที่มีประสบการณ์ในการเขียนเอกสารขอผลงาน เพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง ชำนาญการ และเชี่ยวชาญ ...พร้อมที่จะช่วยท่าน
- ส่วนผมเองในฐานะที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง จะพยายามเสนอแนะใน Blog นี้ในโอกาสต่อไป ....หรือถ้าท่านสนใจและตั้งใจจริง...ก็พร้อมที่จะพูดคุยกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับทุกท่านที่สนใจและตั้งใจจริง
- ขอเชิญชวนท่านสำรวจตัวท่านเองว่าจะเลือกแนวทางใดไม่ให้เงินเดือนเต็มขั้น ....เลือกเปลี่ยนตำแหน่งเป็นผู้บริหาร...เปลี่ยนวิถีชีวิตจากราชการไปทำกิจการส่วนตัว...เปลี่ยนงานไปเป็นลูกจ้างเอกชน...หรือเลือกการพัฒนางานในหน้าที่ให้ดีขึ้นแล้ว..ทำเอกสารเสนอขอปรับตำแหน่งเป็นชำนาญการซึ่งนอกจากเงินเดือนไม่เต็มขั้นแล้วแต่ละเดือนมีเงินประจำตำแหน่ง(ไม่น้อย)ด้วยนะ...
เอ่อ ไม่ใช่ข้าราชการค่ะ เลยไม่ค่อยทราบระเบียบในการขึ้นค่าตอบแทนเท่าไหร่ ?
เข้าใจว่าตามร่าง พรบ ของมหาวิทยาลัย กลุ่มของพนักงานปฏิบัติการจะไม่มีตำแหน่งทางวิชาการใช่หรือเปล่าครับ
การขอเป็นชำนาญการ และเชี่ยวชาญ ต่าง ๆ ของสาย ข และ ค รวมถึงผลงานทางวิชาการของสาย ก ต้องใช้เวลาและขั้นตอนในการดำเนินงานเป็นเวลานานมาก ส่วนใหญ่ 1 ปี ขึ้นไป เพราะฉนั้น ท่านใดที่จะขอและอยู่ในเกณฑ์ที่ขอได้ อย่ารอช้าค่ะ...รีบทำให้สำเร็จ รีบส่งนะคะ...มหาวิทยาลัยเราจะได้มีบุคลากรที่มีตำแหน่งพ่วงท้ายเยอะ ๆ และมหาวิทยาลัยจะได้มีความน่าเชื่อถือ และมีคนเข้ามาศึกษามาก ๆ
และเงินเดือนจะได้ไม่เต็มขั้น แถมเงินประจำตำแหน่งอีกต่างหากค่ะ...
ขออนุญาตท่านอาจารย์เฉลิมศักดิ์ ในข้อคิดเห็นนี้นะครับ ถึงแม้ผมจะเป็นเพียงพนักงานปฏิบัติการ ไม่ใช่ข้าราชการก็ตาม
เรื่องมีว่า ตอนไป ukm10 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 26-29 พค 50 ในขณะนั่งรถ ได้มีโอกาสคุยกับผอ.กองท่านหนึ่งเรื่อง "กรอบชำนาญการ" ซึ่งประเด็นมีอยู่ว่า
การกำหนดกรอบชำนาญการนี้มีผลดีหรือไม่ต่อการพัฒนาศักยภาพ หรือความก้าวหน้าของบุคลากรที่ต้องอยู่ในระเบียบนี้จริงหรือ?
ข้อสรุปในการคุยกันคือ ถ้าเปลี่ยนจาการใช้กรอบนี้ มาเป็นการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำน่าจะดีกว่า การกำหนดโค้วต้าของคนในละแต่สายงาน เช่น งานนี้ ผู้ทำจะเป็นชำนาญการ หรือ เชี่ยวชาญได้ ต้องมีเพียง 2 คนเท่านั้น ถ้าคนที่จะมาเป็นต่อไปต้องรอก่อน
ทำให้หลายๆคนที่จะต้องเข้าคิวๆต่อไปหมดกำลังในการทำผลงาน หรือสร้างสรรค์งาน
สรุปง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช้วิธีอิงกลุ่ม แต่ใช้ อิงเกณฑ์น่าจะมีผลดีกว่า
นี้เป็นข้อสรุปในวงการคุยกันแบบไม่เป็นทางการของผมกับผอ.กองฯท่านหนึ่งเท่านั้นนะครับ
ด้วยความเคารพ
กัมปนาท
คุณกัมปนาท อาชา (แจ๊ค)
ขอบคุณท่านอาจารย์เฉลิมศักดิ์ สำหรับความคิดเห็นที่ดีๆ และเป็นกำลังใจสำหรับคนทำงานครับ
ผมขอเป็นคนรัก ม. อีกคนหนึ่งนะครับ
ตอนนี้กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำงานรับราชการดีมั้ย แต่ไม่ทราบว่าข้อดีของการรับราชการดีกว่าทำงานเอกชนอย่างไร เพราะรู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้รับน้อยเหลือเกิน แต่ดูทำไมใครๆหลายๆคนก็อยากที่จะทำและแย่งกันสอบบรรจุ ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีคำตอบและแจกแจงข้อดีของงานราชการให้หน่อยได้ไม่ค่ะ
ขอพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ