สวัสดีครับทุกท่าน

             แถมอีกบทความยามเย็น.....นั่งจิบชาตะไคร้......

เอาตะไคร้สด ตัดใบทิ้งมาล้างให้สะอาด เอามาตีให้แตกๆ แล้วต้มให้เดือด ตัดรสด้วยน้ำตาลกรวดนิดหน่อย....... ก็ได้ชาตะไคร้ที่โรแมนติกแล้วครับ (เกี่ยวไรกันครับ ก็นั่งดื่มชายามเย็น แสงแดดอ่อนๆ ลมพัดผ่านใบหู มาจากแนวรั้วทิวไผ่งาม จิบชาไป...นึกถึงชาว G2K ไป....)

            มาเข้าเรื่องหลังจากได้สูตร ชาตะไคร้ไปแล้วครับ

คุณคิดว่าคำนำหน้านามนี่สำคัญไหม......เช่น นาย นาง นางสาว ดร. ผศ. รศ. ศ. และอื่นๆ

ผมเคยคุยกับโปรเฟสเซอร์ท่านหนึ่งที่ออสเตรเลีย ตอนไปแลกเปลี่ยนสมัย ป.ตรี ปีสี่ และพักอยู่กับท่าน ประมาณ 5 สัปดาห์ ท่านบอกผมว่า

เม้ง ฉันเป็นโปรเฟสเซอร์เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้นนะ ออกจากมหาวิทยาลัยคนเค้าเรียกฉันว่า มิสเตอร์ ดังนั้นคุณไม่ต้องเรียกผมว่าโปรเฟสเซอร์เวลาอยู่บ้าน

แล้วทำให้ผมคิดในเมืองไทยว่า ...อืมเมืองไทยเราเรียกกันแบบนี้ตลอดเลย คงเป็นเพราะให้เกียรติหรือว่าเป็นการแขวนหน้ากากนั้นไว้ตลอดในแต่ละคนไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม เช่นเป็นหมอ ไปเจอคุณหมอที่ไหนก็เป็นคุณหมอ เรียกคุณหมอตลอดเลย คุณครูก็เหมือนกัน

พอมาเยอรมัน......

ไปเดินเที่ยวกัน โปรเฟสเซอร์ผมบอกว่า เม้ง เรารู้จักกันมานานแล้ว ฉันไม่ใช่โปรเฟสเซอร์ เรียกชื่อฉันดีกว่า (ชื่อหน้านะครับ) แต่ผมก็ไม่ได้ทำตามหรอกครับ มันเขิลๆ ไงไม่รู้ครับ เหมือนเพื่อนสนิทเลยครับ หากเรียกชื่อหน้าของโปรเฟสเซอร์

แต่บทความนี้ ผมหมายถึงว่า......เราในเมืองไทย.....บางทีคำนำหน้านามหาใช่ว่าจะมีคุณสมบัติพร้อมสรรพเสมอไปหรือไม่.... และไม่ได้จะหมายถึงคุณธรรม หรือคุณภาพ เสมอไปหรือไม่ แต่การกระทำน่าจะเป็นตัวชี้และบอกความหมายใต้บรรทัดคำนำหน้านามมากกว่า.....

คุณคิดเห็นเป็นเช่นไร ก็บรรเลงร่วมกันนะครับ

ขอบคุณมากครับ

ด้วยมิตรภาพ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์