แปลกไหมครับ มนุษย์มีความสามารถสูงขนาดเปลี่ยนแปลงโลกได้ด้วยเครื่องมือสำคัญคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่มนุษย์กลับใช้เครื่องมือนี้สร้างโลกที่ไม่น่าอยู่
เรากำลังขบคิดกันหาทางใช้ ว&ท ทำให้โลกหรืออย่างน้อยสังคมไทยน่าอยู่
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะจัดสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 ในวันที่ 16 ก.ค.50 ในหัวข้อ "ประเด็นอุบัติใหม่กับวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี"
ในการประชุมผู้ทรงคุณวุฒินัดแรก สรุปประเด็นอุบัติใหม่ได้เป็น 5 หมวดคือ (1) ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (2) พลังงาน (3) สังคม (4) การแพทย์/สุขภาพ และ (5) ทรัพย์สินทางปัญญา
บวท. ได้รับมอบให้เป็นองค์กรศึกษาเพื่อสรุปข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็นนี้ ผมได้รับทาบทามให้ออกความเห็นในลักษณะของการพูดคุยเชิงสัมภาษณ์ แล้ว ผศ. ดร. เทียนทอง ทองพันชั่ง อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เคยได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ เป็นผู้สรุป
ผลการสรุปอ่านได้ที่นี่ (click)
ดร. เทียนทองบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนเรื่องทางสังคม แต่ผลงานออกมาน่าทึ่งมาก
เอามาเผยแพร่กึ่งขอคำแนะนำว่า ประเด็น Emerging Lifestyle & Aging Society นั้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนสร้างสังคมที่น่าอยู่ได้อย่างไรบ้าง
วิจารณ์ พานิช
24 เม.ย.50
ท่านอาจารย์ครับ
สังคมทุกวันนี้ อยู่ตัวใครตัวมัน หาทางแต่จะเอาตัวรอด กฏหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ บางประเทศเราดูถูกเขาว่า เขาล้าหลัง แต่เป็นสังคมเอื้ออาทร ไม่เห่อเทคโนโลยีใหม่เกินไป อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเดิม กฏหมายทรัพย์สินทางปัญญาเคร่งครัดมาก
มนุษย์มีสมองที่แสนวิจิตรพิศดาร คิดอ่านและทำอะไรได้มากกว่าสัตว์ชนิดใดในโลก จึงเรียกตัวเองว่า สัตว์ชั้นสูง หรือ สัตว์ประเสริฐ แต่นั่นเป็นความจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น เป็นจริงเมื่อมนุษย์ คิด และกระทำทุกอย่างด้วย สัมมาทิฐิ หาไม่แล้ว ก็จะกลายเป็นเรื่องตรงกันข้ามไปเลยทีเดียว .. จะกลายเป็นเหมือนที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวว่า “ ฉลาดในการที่จะโง่ “ ดูๆแล้ว ที่โลกไม่น่าอยู่ก็ล้วนด้วยฝีมือของมนุษย์นั่นเอง
ขอบพระคุณครับสำหรับข้อสรุป 4 หน้า ที่ได้ Download ไปไว้ใช้ประโยชน์แล้ว ก่อนมาขออนุญาตย้อนหลังครับ