วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ ดร. ประพนธ์ยื่นหนังสือ "Intelligence เป็นไปได้ด้วยปัญญา.  เชาวน์ปัญญา ... การตอบสนองอย่างสร้างสรรค์กับปัจจุบันขณะ"   ที่ท่านแปลจากหนังสือชื่อ Intelligence แต่งโดย OSHO    และบอกว่า "ให้อาจารย์อ่านระหว่างวันหยุด"  

          ผมไม่รอให้ถึงวันหยุดหรอกครับ    หนังสือเป็นของโปรดของผม     ยิ่งเป็นหนังสือที่ ดร. ประพนธ์แปล ผมรู้ว่าต้องอ่านสนุกและมีคำคมๆ เต็มเล่ม     ยิ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดย OSHO ผมยิ่งมั่นใจว่า "ลึก"     ผมชอบเรียนรู้เรื่องลึกๆ ที่เป็นเรื่องภายใน    ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านผมก็เปิดอ่านทันที

          แล้วก็ไม่ผิดหวัง     หัวใจของหนังสือเล่มนี้ก็คือ "สรรพสิ่งมีเชาวน์ปัญญา"     มนุษย์มีเชาวน์ปัญญาเพื่อความเป็นมนุษย์  นกมีเชาวน์ปัญญาเพื่อความเป็นนก   ต้นไม้มีเชาวน์ปัญญาเพื่ออยู่อย่างต้นไม้     แต่มนุษย์เรามีสิ่งที่พิเศษกว่าสัตว์และต้นไม้     คือมนุษย์มีความคิด ที่นำไปสู่ความรู้ และการเรียนรู้เชิงเทคนิค     แล้วความรู้เหล่านั้นเองกลายเป็นพันธนาการ  กลายเป็นตัวปิดกั้นมนุษย์จากเชาวน์ปัญญา      แปลกจริงๆ   

          สภาพเดิมแท้ของมนุษย์ มีเชาวน์ปัญญา     แต่อารยธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง เป็นตัวกดมนุษย์ลงเป็นทาส     และปิดกั้นเชาวน์ปัญญาที่มีอยู่ตามธรรมชาติ     มนุษย์จะมีเชาวน์ปัญญาอย่างแท้จริงได้ ก็จะต้องปลดเปลื้องพันธนาการออกไปเสียก่อน     และวิธีปลดเปลื้องได้แก่ การภาวนา     เพื่อขัดเกลาสิ่งเศร้าหมองทั้งหลายที่พอกตัวเราอยู่     สิ่งเหล่านั้นหลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่เรารักและหวงแหน     หลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่เราภูมิใจ    เราภูมิใจและหวงแหน และพร้อมจะตกเป็นทาสของมันอย่างไม่รู้ตัว     ถ้าเราปลดเปลื้องพันธนาการหล่านั้นออกไปได้     เชาวน์ปัญญาก็จะปรากฏตัวออกมาทำหน้าที่ได้   

         คนที่มีปริญญาสูง  ความรู้สูง  ตำแหน่งสูง  วุฒิทั้งปวงสูง มีทรัพย์สมบัติมาก มองอีกมุมหนึ่งเป็นคนที่น่าสงสาร      เพราะจะเป็นคนที่ปลดเปลื้องพันธนาการได้ยาก     สงสัยว่าผมจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเหมือนกัน

วิจารณ์ พานิช
๕ เม.ย. ๕๐