เมื่อวันที่ 1 - 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา กระผมและทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งยอมรับและทึ่งในขีดความสามารถของทีมงานของ สคส.มาก เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักปฏิบัติระดับมืออาชีพ และดีใจที่ได้พบปะกับครูของกระผมหลายๆท่าน (เป็นลูกศิษย์โดยการอ่านหนังสือ/เว็ปไซต์) สิ่งหนึ่งที่ทำให้เข้ามาเขียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก็เพราะว่า หลังจากกลับจากการเข้าร่วมงานและพิจารณาทบทวนงานที่ทำมาในอดีต และมองฝันไปในวันข้างหน้า พอจะเห็นแสงรำไร หรือพอมองเห็นคำตอบของโจทย์ใหญ่ที่ค้างคาใจมานานหลายปีว่า "สังคมไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร"
คำตอบที่ได้จากการเข้าร่วมงานก็คือ การกระตุ้นให้เกิดการใช้ปัญญาในทุกภาคส่วน แล้วค่อยๆเชื่อมเครือข่าย (ที่ ศ.นพ.ประเวศ เรียกว่าการถักทอ) และที่แห่งนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเชื่อมเครือข่าย เริ่มต้นอาจเริ่มจากงานที่เราทำและเชื่อมออกไปสู่สังคมรอบข้างในทุกสาขาอาชีพ
ทีมงานนักส่งเสริมการเกษตรของจังหวัดกำแพงเพชร ยังเป็นนักจัดการความรู้มือใหม่ๆ ปัจจุบันกำลังริเริ่มใช้การจัดการความรู้มาใช้ในการทำงานปกติ ขณะนี้มีกิจกรรมที่กำลังดำเนินการเช่น การถ่ายทอดวิทยายุทธ (ประสบการณ์) ให้แก่นนักส่งเสริมมือใหม่ , การฝึกให้ทุกคนเป็นคุณสังเกต คุณบันทึก และพัฒนาก้าวสู่การเป็นคุณอำนวย(วิทยากรกระบวนการ) สุดท้ายหวังไว้ว่าทุกคนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ หรือนักจัดการความรู้ในภาคการเกษตรนั่นเอง
ผมเริ่มต้นด้วยการเป็นคุณบันทึก ช่วยคุณสายัณห์ (กำลังฝึกหัดจะเป็นคุณลิขิต) ลองเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็ปของสำนักงานเกษตรจังหวัดนะครับ บันทึกเป็นเรื่องๆ ไปก่อน เพราะทุกเรื่องบางครั้งเป็นเหตุการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานจริง ทุกเรื่องเป็นกิจกรรมหรืองานที่ทำแต่มองข้ามไม่เคยบันทึก พอบันทึกไว้จึงรู้ว่าบางประเด็นเป็นความรู้ที่มีคุณค่าควรแก่การเผยแพร่ให้นักส่งเสริมท่านอื่นได้เรียนรู้และปรับใช้ต่อไป จะพยายามพัฒนาและนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนต่อไปครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
6 ธันวาคม 2548
ขอบคุณและประทับใจทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรมาก ที่ได้เป็นตัวแทนของกรมส่งเสริมการเกษตรในการ ลปรร.การจัดการความรู้ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1-2 ธค.48 ที่ผ่านมา คิดว่าทีมงานของจังหวัดรวมทั้งท่านเกษตรจังหวัด คงจะได้ผลักดันการดำเนินงานจัดการความรู้ของจังหวัดให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ดีใจครับที่ได้เข้าร่วมงานมหกรรมการจัดการความรุ้แห่งชาติครั้งที่ 2 นี้ จากที่เคยรู้ในเรื่องการจัดการความรู้แต่เพียงในหนังสือหรือภาคทฤษฏี แต่เมื่อมาร่วมงานนี้แล้วพบว่า ทฤษฏีในหนังสือเป็นเพียงเข็มทิศที่คอยชี้ทางให้เท่านั้น แต่การที่จะเดินไปในทิศใด จะรู้ได้เมื่อการปฏิบัติจริง มีการลองผิด ลองถูก เรียนรู้ไป ผิดก็แก้ไข แล้วต่อไปเราจะรู้ว่าเมื่อเกิดปัญหานี้แล้วต่อไปจะแก้ไขได้อย่างไร ครั้งนี้ได้เห็นการจัดการความรู้ในหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงชาวบ้านด้วย รู้ถึงแนวคิด วิถีการดำเนินชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ ซึ่งหากชุมชนทุกชุมชน มีการจัดการความรู้เช่นนี้ ดึงจิตวิญญาณความเป็นตัวตน จุดเด่น ของชุมชนขึ้นมา ชุมชนจะเข้มแข็งและสามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องอิงกับสภาวะกระแสเศรษฐกิจโลกเลย อันจะสอดคล้องกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ทรงเน้นย้ำในเรื่อง เศรษฐกิจแบบพอเพียง นั่นเอง ดังนั้น พวกเราจึงขอสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ ดึงภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ ประเทศไทยต้องเข้มแข็งและมีจุดยืนเป็นของตัวเองครับ จึงจะอยู่ได้