เล่าความหลัง

    วันนี้ขอเขียนถึงเรื่องจำเป็นในชีวิต ถ้าคนไม่ถ่ายเลย จะเป็นอย่างไร ผมว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอยู่นะครับ

     ในสมัยก่อนการสาธารณะสุขยังไม่เจริญ หมู่บ้านต่างๆ ก็อยู่กันไม่กี่ครอบครัว เวลาจะขับถ่ายก็จะมีป่าละเมาะใกล้หมู่บ้านนั่นแหละ ตอนเช้ามืด กับตอนเย็นค่ำ ซึ่งจะมองไม่เห็นหน้ากัน ซึ่งบางครั้งก็ไปเหยียบของกัน บางครั้งก็ไปจ๊ะเอ๋กัน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า พวกสูไปขี่พ่อกันบ้อ ( พวกเธอไปเจอกันตอนไปทำธุระเหรอ ) ความหมายคือ หนุ่มสาวแต่งงานกันแต่ดูแล้วเหมือนไม่ได้คบหากันมาก่อน ไม่ได้ดูหน้าตาอะไรเลย  สงสัยจะไปจ๊ะเอ๋เอาตอนมืดๆ   

     ต่อมาก็จะมีอุปกรณ์ประกอบ เช่น เสียม  กิ่งไม้ เอาไว้ขุดหลุมฝังกลบ และเอาไว้ไล่หมู ไล่หมา  บางที จะมีสัตว์พวกนี้ตามไปรบกวนด้วย   ที่ลงทุ่ง จะมีอีกอย่างหนึ่งคือใบตาล เอาไว้บังหน้าเหมือนตาลปัตย์พระ  วันหนึ่งผมเห็นสาวสวยนางหนึ่งลากใบตาลมาแต่เช้า จากทุ่ง ผมก็โง่ เพราะไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ก็ถามว่าไปไหนมาแต่เช้า  หล่อนก็ทำหน้าอายๆ ผมมารู้ทีหลังว่าไปธุระ

      เมื่อปี  2518  ผมได้ออกไปเผยแพร่ประชาธิปไตย ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผมขอเข้าส้วม ดูยังไงก็เป็นส้วมทั้งภายนอกภายใน แต่เจ้าของบ้านบอกว่าเข้าไม่ได้   ทำไว้หลอกเวลามีเจ้านายมาตรวจหมู่บ้าน