โดยมองข้ามสาระของวัฒนธรรมชุมชนไปหมดสิ้น อาจจะมีเพียงการพูดถึง เท่านั้น ทั้งๆที่วัฒนธรรมชุมชนคือแรงเกาะเกี่ยวที่สำคัญของชุมชน ของสังคม หรือวัฒนธรรมชุมชนคือทุนทางสังคมที่ใครๆก็ยอมรับว่าสำคัญ กิจกรรมด้านนี้ควรอยู่ในเมนูหลักของการพัฒนาเสียด้วยซ้ำไป

สังคมเมืองสังคมชนบท: โดยปกติค่านิยมคนจะพูดว่า สังคมเมืองคือแบบอย่างของความเจริญ และสังคมชนบทคือแบบอย่างของความล้าหลัง ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะกล่าวต่อไปอีกว่า ควรหาทางสลัดคราบสังคมชนบทให้หลุดพ้นไปแล้วเรียกร้องปองหาสังคมเมืองมาแทนที่ แต่มีน้อยคนที่มีมุมมองในทางตรงข้ามคือ สังคมชนบทเป็นสังคมพึงประสงค์และสังคมเมืองเป็นสิ่งน่ารังเกียจเพราะมีแต่ความเลวร้ายภายใต้คราบความทันสมัย  

วัฒนธรรมที่แข็งกว่าย่อมกลืนวัฒนธรรมที่อ่อนกว่า: นักวิชาการกล่าวเสมอว่า สังคมย่อมเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมย่อมเปลี่ยนแปลง ผู้บันทึกยังเห็นการรุกรานทางวัฒนธรรมอีกด้วย มีตัวอย่าง เมื่อผู้บันทึกทำงานใหม่ในชนบทภาคเหนือ เห็นว่าเป็นวัฒนธรรมเปิดที่ดีงาม บริสุทธิ์  เอื้อเฟื้อ ต้อนรับ มีเมตตา และมองคนในแง่ดีแม้คนแปลกหน้า เมื่อขับมอเตอร์ไซด์ไปตามหมู่บ้านต่างๆในเขตภูเขาจากบ้านนี้ไปบ้านโน้นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ คน ฯลฯ

ระหว่างทางก็จะพบชาวบ้านทำกิจกรรมในไร่นา หรือเดินไปธุระที่โน่นที่นี่ หากเราจะจอดรถซักถาม เขาเหล่านั้นก็จะตอบด้วยดีและถามไถ่เราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หากคุยกัน 2-3 คำ เข้าใจกันดีว่าเป็นใครมาจากไหน หลายคนก็ชักชวนไปเที่ยวบ้าน กินน้ำกินท่า เมื่อถึงเวลาอาหารก็จะชวนกินข้าวกินปลาตามประสาพื้นบ้าน หากพบกันสัก 2 ครั้งก็ชวนพักผ่อนที่บ้านได้เลย อีก 2 –3 ปีผ่านมามีคนต่างถิ่นหน้าตาไม่คุ้นแบบผู้เขียนเข้าไปหมู่บ้านอื่นๆใกล้เคียงอีก ก็เดาว่าคนแปลกหน้าคนนั้นก็คงได้รับการปฏิบัติอย่างที่ผู้บันทึกได้รับเช่นกัน แต่แล้วอีก 1 เดือนถัดมามีข่าวลือว่า สาวในหมู่บ้านหายไป และเล่าขานกันว่าไปกับชายหนุ่มคนนั้น  และเกิดแบบเดียวกันในหมู่บ้านอื่นๆอีก อย่างน้อย ปีละ ครั้งสองครั้ง 

จากการติดตามข่าวคราวทราบว่าชายหนุ่มต่างถิ่นได้มาล่อลวงหญิงสาวไป  ผู้เขียนจะไม่สาธยายรายละเอียดต่อ แต่จะเสนอมุมมองว่า วัฒนธรรมเหนือที่ดีมากๆที่ผู้เขียนชื่นชมนั้น เป็นช่องว่างสำหรับผู้แสวงหาประโยชน์ โดยอาศัยวัฒนธรรมที่ดีงามนี้เป็นตัวนำร่องเข้าไปสู่เป้าหมายของเขา กล่าวอีกที วัฒนธรรมที่ดีกลายเป็นช่องว่างสำหรับผู้แสวงหาประโยชน์ไปหมดสิ้น  

คนต่างถิ่นได้อาศัยความมีเมตตา เอื้อเฟื้อ ต้อนรับ เจาะเข้าหาครอบครัวที่มีหญิงสาว พูดคุย ตีบทเป็นผู้ดีอย่างน่าไว้ใจ หรือ ไม่มีอะไร เป็นช่องเปิดให้เข้าหาหญิงสาวแล้วล่อหลอกให้เธอไปหางานทำดีๆ เงินทองมากๆ จะสบายในอนาคต ไม่ต้องเอาผ้ามาพันหน้าตาออกทำงานในไร่ตากแดด เช่นที่เป็นอยู่ ความบริสุทธิ์ใจจึงตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้ายไปในที่สุด  เมื่อเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ซ้ำซากในท้องถิ่น เสียงร่ำลือ เสียงเล่าขานทำให้เกิดความหวาดกลัว และความระแวงสงสัยเกิดขึ้น และวัฒนธรรมอันดีงามที่ถ่ายทอดมาเป็นเวลานานแสนนานก็สิ้นสุดลง ด้วยคนที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ดังกล่าว    

สังคมดงหลวงก็ไม่พ้นการเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในทำนองเดียวกัน ของคนภายนอกในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพราะเขาไม่ได้ใส่หน้ากากยักษ์มารอะไร  เพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่ดุร้ายน่ากลัวด้วยรูปร่างหน้าตาแต่อย่างใด  แต่เหมือนกับเรากับท่าน การเข้าไปเอาเปรียบชนบทมีรูปแบบแตกต่างกันมากมาย ทั้งเด่นชัด ทั้งแอบแฝง  ดังนั้นการพัฒนาชุมชนมันมีงานทำมากกว่ากิจกรรมการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การเพิ่มภูมิคุ้มกันในแง่ของการรู้เท่าทัน ก็มีส่วนสำคัญอย่างกรณีตัวอย่างที่ยกมาก ท่านคิดอย่างไรเล่าครับ   

โครงการแบบไหนที่จะเบ็ดเสร็จในเรื่องรอบด้านในการทำงานพัฒนาชุมชน โครงการที่จะทำงานแบบเบ็ดเสร็จจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่  ใครกำหนด  ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาวัฒนธรรมดีๆ ให้เป็นวัฒนธรรมที่แข็งขึ้นมาควบคู่กับกิจกรรมอื่นๆที่มักเป็นกิจกรรมหลักของโครงการพัฒนาต่างๆ โดยมองข้ามสาระของวัฒนธรรมชุมชนไปหมดสิ้น อาจจะมีเพียงการพูดถึง เท่านั้น  ทั้งๆที่วัฒนธรรมชุมชนคือแรงเกาะเกี่ยวที่สำคัญของชุมชน ของสังคม หรือวัฒนธรรมชุมชนคือทุนทางสังคมที่ใครๆก็ยอมรับว่าสำคัญ กิจกรรมด้านนี้ควรอยู่ในเมนูหลักของการพัฒนาเสียด้วยซ้ำไป ใช่ไหมครับท่าน