20-2-50 คุณศิริรัตน์ได้เชิญอาจารย์เทคนิคการแพทย์มาตรวจห้องปฏิบัติการเพื่อให้ผ่านการประเมิน คุณศิริรัตน์ได้เล่าถึงการที่ต้องเจาะเลือดทดสอบHIV อย่างน้อย2-3ครั้งถ้าผลเป็นบวก ขณะนี้ยังมีปัญหาบางโรงพยาบาลที่รีบบอกผลเลือดHIVให้ผู้ป่วยในขณะที่ผลยังไม่แน่นอน เกิดการฟ้องร้องโรงพยาบาลและแพทย์ที่บอกผล ดิฉันและคุณศิริรัตน์ได้เล่าให้อาจารย์ฟังถึงเมื่อครั้งที่เราตรวจเลือดใหม่ๆ รพ.ต่างจังหวัดส่งคนไข้มาให้ทำหมันเพราะผลHIV+ หลังคลอด เราก็รีบทำให้ในขณะที่ผลการเจาะใหม่ยังไม่ได้ผล เมื่อเราตรวจอีกครั้งผลเป็นลบทำให้คนไข้ขาดโอกาสที่จะมีลูกอีก คนไข้ที่เล่ามาได้บวชชีและเคยมาเยี่ยมเยียนคุณศิริรัตน์ ดิฉันฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ หลังจากนั้นเราเริ่มมีมาตรฐานในการที่จะ confirmผลที่ใช้วิธีที่เสียเงินน้อยและผลแน่นอนที่สุด หมอใหม่ๆอาจจะไม่ทราบอาจจะแจ้งผลเร็วไป พวกเราคิดว่าควรตั้งมาตรฐานที่ Lab ก่อนรายงานผลเพื่อลดปัญหาผลบวกปลอมค่ะ ถือโอกาสเล่าเรื่องเก่าเมื่อ20ปีที่ผ่านมาค่ะ
KS กับอาจารย์เทคนิคการแพทย์
KS
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย พีชพงศ์ พิทักษ์ · 24 ก.พ. 2550
ภีรตา ; สบาย ๆ สไตล์คนกันเอง · 24 ก.พ. 2550
แขไข · 24 ก.พ. 2550
นาย ณัฐวุฒิ พลครุฑ · 24 ก.พ. 2550
แขไข · 24 ก.พ. 2550
ราย บวก ตรวจ 3 test ด้วยหลักการที่ต่างกัน จึงตอบแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาได้ว่า สงสัยว่าติดเชื้อ แพทย์ต้องซักต่อว่าเคยตรวจที่อื่นมาก่อันหรือไม่ ถ้าเคยต้องซักถามผลการตรวจ ครั้งก่อน ถ้าสอดคล้องกัน จึงจะสรุปว่า “ติด เชื้อ เอชไอวี “
ถ้าเป็นครั้งแรกจะ ยังไม่แจ้งผลกับ ผู้ป่วย จนกว่าจะได้รับการเจาะเลือดอีกครั้ง
ในตัวอย่างเลอดที่2 จะตรวจด้วย 1 วิธี (เป็น วิธีใดก็ได้ใน 3วิธีที่เคยตรวจในเลือดครั้งแรกมาแล้ว) การเจาะเลือดครั้งที่ 2 เป็นการยืนยันบุคคล
ส่วนครั้งแรก เป็นการตรวจความถูกต้องของผลการตรวจ ว่าไม่มีผลบวกปลอม จากน้ำยาที่ใช้
ถ้าไม่มีการเจาะซ้ำครั้งที่ 2 โดยผู้ให้บริการ ผู้รับบริการก็จะไปตรวจซ้ำเอง ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำยา
เพราะที่ห้อง LABใหม่ที่ไปตรวจก็จะตรวจอีก 3วิธี
ดังนั้นขั้นตอนที่จะแจ้งผู้ป่วยว่า “ติด เชื้อ เอชไอวี “ได้ต้องมีผลจากการเจาะเลือด 2 ครั้ง
สิ่งนี้จำเป็นมากสำหรับทุกชีวิต เพราะต้องตัดสินใจในการวางแผนทีสำคัญในอนาคต และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องรีบด่วน ต้องทำด้วยความรอบคอบ
หากผลไม่สอดคล้องต้องหาสาเหตุ หากเกิดข้อผิดพลาดในระบบ ต้อง หาสาเหตุ และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ การได้คุยกันในระบบการทำงานสำคัญ มากทำให้เราได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ดีขึ้น และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ศิริรัตน์ ลิกานนท์สกุล เทคนิคการแพทย์ สถาบันบำราศ
ขอบคุณรัตน์ที่เพิ่มเติมค่ะ