น่าเป็นห่วงเพราะดูจะพยายามทำงานเชิงอุดมคติในระบบราชการ

เมื่อวันจันทร์ ผมไปคุยกับทีมสำนักตรวจราชการของ กระทรวงสาธารณสุขภายใต้การนำทีมของ คุณหมอ ศิริพร เพื่อไปเล่าแนวคิด และแนวทางการทำงานของ ศอสส เพราะสำนักตรวจราชการ กระทรวงเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม และแนะนำคนทำงานในจังหวัด

จุดสำคัญที่คุยกับทางสำนักตรวจคือการยกเลิกตัวชี้วัดเมืองไทยแข็งแรงที่มีการกำหนดมาแต่เดิม เพื่อให้จังหวัดคล่องตัวขึ้นที่จะไปกำหนดตัวชี้วัดชุดใหม่ ตามแผนพัฒนาจังหวัดที่จะทำขึ้นใหม่ ภายใต้เป้าหมาย จังหวัดอยู่ดีมีสุข หรืออยู่เย็นเป็นสุข

กับอีกเรื่องคือเรื่องที่ ศอสส มีแนวทางทำงานที่อยากจะสนับสนุนให้ทีม สธ ในแต่ะจังหวัดไปเป็นกลไกสำคัญในแต่ละจังหวัดที่จะช่วยภาคีต่างๆขับเคลื่อนให้เกิดแผนพัฒนาบูรณาการทั้งจังหวัด โดยระดมความร่วมมือ และทรัพยากรจากทุกภาคส่วน ไม่ต้องรอพึ่งเฉพาะ เงินจากรัฐบาลกลาง และแม้ สธจะไปช่วยประสานเชื่อมโยงก็ไม่อยากให้เน้นแต่งานบริการ สธ

เพราะเป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วว่า การทำให้ประชาชนสุขภาพดี สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ จนเกิดความสุข หรือคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่มีบริการสุขภาพดีเท่านั้น

คุณหมอสุริยะ ได้ช่วยสะท้อน เตือนผมด้วยความเกรงใจว่า ดูเหมือนสิ่งที ศอสส อยากจะให้ชาว สธทำในแต่ละจังหวัด จะมากกว่า หน้าที่ตามปกติ แม้จะเป็นสิ่งที่น่าทำ แต่ดูเหมือนต่างไปจากที่ทำกันตามปกติอยู่แยะ น่าเป็นห่วงเพราะดูจะพยายามทำงานเชิงอุดมคติในระบบราชการ น่าจะพบอุึปสรรคไม่น้อย

ผมนึกขอบคุณ คุณหมอสุริยะที่พูดตรงๆ แม้จะพูดอย่างเกรงใจอยู่ในที่ เพราะถ้าพูดอย่างไม่เกรงใจ ก็คงเป็นทำนองว่า อย่าฝันหวานไปเลยครับ มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก

ผมเลยนึกถึงคำพูดที่ อจ ประเวศชอบบอกพวกเราว่า เวลาทำงานยากๆ ต้องใช้จินตนาการเป็นตัวนำ จะได้กล้าคิด ส่วนเวลาทำก็ต้องมีสติตั้งมั่นอยู่ในความเป็นจริง อย่าได้คาดหวังเกินความจริง แต่ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังก่ั้อนลงมือทำ