ผมเพิ่งกลับจากการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่19-20 ก.พ.จัดโดยสกว.ที่บ้านทวารประทีป เกาะเกร็ด นนทบุรี

วันที่21ออกจากเกาะเกร็ดก็เข้าร่วมรายการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองว่าด้วยชุมชน เกษตรกรรมและศก.พอเพียง" จบรายการประมาณ5โมงเย็น ทั้ง2รายการแม้ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่มีความเชื่อมโยงกันอยู่ ซึ่งจะว่าไปแล้วการบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่ก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆได้เกือบทุกเรื่อง เพราะเป็นงานวิจัยที่ให้ความสำคัญกับคนในบริบทพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอย่างครอบคลุมทุกมิติ

รายการของสกว.ตั้งชื่อไว้ว่าประชุมเชิงปฏิบัติการ แต่เอาเข้าจริงเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรหลัก2กลุ่มเรื่องคือ
1)การฝึกสติเพื่อเรียนรู้โลกตามที่เป็นจริงด้วยกรอบอริยสัจจสี่ โดยดร.จอห์น แมคคอลแนลและพี่สุรภี ชูตระกูล และ
2)การเรียนรู้ชุมชนจากฐานคิดประวัติศาสตร์ นิเวศน์วัฒนธรรมจากภายในเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกโดยรศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม
ทั้ง2รายการมีการให้ข้อคิดและฝึกปฏิบัติ โดยที่รายการแรกเป็นการทำซ้ำไปมาระหว่างข้อคิด/ตัวอย่าง -การฝึกปฏิบัติ -สรุปผลการฝึกสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่วนรายการหลังเป็นการให้แนวคิดด้วยเรื่องเล่ารวดเดียวจบตามสไตล์ของอาจารย์ศรีศักดิ์ ซึ่งผมฟังหลายครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อ จากนั้นเป็นการลงพื้นที่ปฏิบัติการโดยแบ่งเป็น2กลุ่ม
ผมสรุปเอาเองว่ารายการแรกเป็นการเรียนรู้เรื่องราวภายในของตนเอง เพื่อนำไปใช้กับรายการหลังซึ่งเป็นการเรียนรู้เรื่องราวภายนอกที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนบนพื้นที่ตัวอย่างที่เกาะเกร็ด
ถ้าเปรียบกับที่ดร.จอห์นอุปมา
เรื่องที่2เป็นลูกศรดอกที่1ที่เราประสบ(ในงาน) ส่วนเรื่องแรกเป็นลูกศรดอกที่2ที่จิตของเราประสบซึ่งสรุปย่ออยู่ใน3เรื่องคือโลภะโทสะและโมหะ
การฝึกฝนของเราคราวนี้ ก็เพื่อให้เราทำเรื่องที่2(ABC)อย่างมีประสิทธิภาพทั้งแนวคิดและการจัดการ (โดยฝึกฝนบนเกาะเกร็ด) โดยที่ประสิทธิภาพของเรื่องที่2นี้มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับเรื่องที่1 เราจึงฝึกฝนเรื่องสติเพื่อตามรู้จิตอย่างเข้าใจเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในโลภะ โทสะและโมหะหรือรวมกันเรียกว่าความทุกข์ ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานอย่างมีความสุขและปล่อยวาง อันเป็นประสิทธิภาพของการทำงานที่เราและสกว.ต้องการ