การเรียนภาษาอังกฤษของครูอ้อยกับเพื่อนๆนั้นไม่ได้เครียดอย่างที่คิด มีความสนุกสนานและข้อคิดที่ให้ครูอ้อยและเพื่อนๆได้ขบคิดตลอดเวลา เราเรียนเพื่อนความรู้ ผสมผสานกับการแก้ปัญหา หาทางแก้ปัญหา ซึ่งปัญหานั้นยากมากที่จะแก้ไข
นักเรียนส่วนใหญ่ไม่สนใจเรียนในโรงเรียนที่ไม่ได้เสียค่าเล่าเรียน...โดยเฉพาะเรียนภาษาอังกฤษ
ประกอบกับชั่วโมงการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรนั้นน้อยเกินไป
และคุณสมบัติของผู้เรียนส่วนใหญ่แล้ว..ยังขาดคุณสมบัติในเรื่อง ความใส่ใจ ความสนใจ ความตั้งใจ ความอยากรู้ ความอยากได้ ความทะเยอทะยาน และความอดทน
ไม่ต้องไปดูไกลมากนักเลย ครูอ้อยจะดูแค่นักเรียนของครูอ้อยก่อน หลายๆครั้งที่พวกเธอจะไม่ตั้งใจเรียน ครูอ้อยต้องเก็บนักเรียนก่อนทุกครั้ง ต้องมีการอบรมให้สนใจเรียนก่อน สารพัดที่จะทำให้นักเรียนสนใจเรียน
แต่ความสนใจนั้นก็มีได้ไม่นานนัก เพราะนักเรียนไม่มีความอดทน ไม่มีความพยายาม ไม่มีความอดกลั้น ไม่อยากได้ ไม่ทะเยอทะยาน และหลายๆข้อที่กล่าวมา
ตรงกันข้าม หลายๆครั้งที่ครูอ้อยลองเปลี่ยนวิธีการสอนมาเป็นแบบติวเข้มที่สถาบันติวเข้มเขาสอนกัน
นักเรียนกลับพูดกับครูอ้อยว่า " เหมือนกับที่เรียนพิเศษเลย " ทั้งๆที่ ครูอ้อยก็สอนในหลักสูตรมาแล้ว แต่นักเรียนกลับไปชอบการเรียนแบบติวเข้ม ที่ต้องเสียเงิน
แบบที่ครูอ้อยสอนในชั้นเรียน นักเรียนไม่ต้องเสียเงิน จึงไม่ได้สนใจเรียน
รู้สึกหดหู่ใจจัง
รวมไปถึงผู้ปกครองด้วยค่ะ บางคนเท่านั้นที่สนใจให้ลูกไปเรียนพิเศษที่โน่นที่นี่ นั่นเป็นสิทธิของท่านที่จะดำเนินการอย่างไรกับชีวิตการเรียนของบุตรหลาน โดยไม่ได้สนับสนุนการเรียนในชั้นเรียนตามปกติเลย
บางท่านชื่นชมและเป็นห่วงใยกับการเรียนพิเศษในวันเสาร์และอาทิตย์ ตามรับตามส่งลูก
แต่กลับปล่อยปละละเลยกับการสอนภาษาอังกฤษในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ บางท่านไม่สนใจกับการบ้านที่นักเรียนต้องทำ ไม่สนใจฝึกให้นักเรียนอ่าน หรือท่องคำศัพท์ หรือทำแบบฝึกหัดใดๆก็ตาม
ไม่ใช่เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น วิชาอื่นๆก็เช่นกัน...เป็นห่วงจริง ยิ่งตกใจที่อาจารย์เล่าให้ฟังว่า...อาจารย์ได้ไปสัมมนาทางวิชาการ ที่มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากประเทศต่างๆ ซึ่งทุกคนจะต้องนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ นักศึกษาจากประเทศไทยประเทศเดียวที่ต้องพูดภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ " โฉนด " ติดไปด้วย
ที่น่าอายก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านเราตรงอ่าวตั๋งเกี๋ย สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว
และอาจารย์บอกว่า สงสัยประเทศเพื่อนบ้านของไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะยิ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้กว่าพี่ไทย..ละมั้ง
ผลปรากฏว่า เขาพูดได้ดีมาก สง่างาม ไม่ต้องมีโฉนดติดตัวไปเลย
อาจารย์วงเล็บว่า นักศึกษาไทยคนนั้น คัดเลือกมาจากมหาวิทยาลัยปิดที่มีชื่อด้วย...
นี่เป็นปัญหาใหญ่มาก...
ครูภาษาอังกฤษก็ตั้งหน้าตั้งตา..หาเทคนิควิธีการ...
นักวิชาการก็ตั้งใจค้นหาหลักสูตรที่ดี..
แต่ตัวผู้เรียน...มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือยัง..จึงแพ้ประเทศเพื่อนบ้านที่ตามหลังเรามา
ผมอ่านรอบแรก แล้วเรียกลูกสาว เรียน ป.๖ มาอ่านด้วยครับ น่าสนใจจะขอนำไปขยายผลให้นอกบล็อค หวังว่าครูอ้อยคงไม่ขัดข้องนะครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้า
สวัสดีค่ะคุณ Mr. tanu polbhun
ขอบคุณค่ะ..ครูอ้อยขอ tag ....ทำหรือยังคะ ...อิอิ..ยิ้มยิ้ม