ในช่วงนี้ คุณทรงพล ได้มาเล่าเรื่องการใช้ KM ในภาคประชาสังคมค่ะ …

ผมทำงานเพื่อชุมชนท้องถิ่นมาร่วม 20 ปี ก็พยายามเรียนรู้ และใช้เครื่องมือทุกประการที่จะไปบรรลุสิ่งที่เป็นประโยชน์ ... เราพูดกันมากเรื่องวิถีชีวิตที่เป็นใช้เป็นรูปแบบ ... เราพูดกันมากเรื่องการสร้างมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ... เราพูดกันมากในเรื่องของการขับเคลื่อนสังคม การเรียนรู้ ... ผมว่าสิ่งเหล่านี้ เราพูดกันแต่ข้างบนไม่ได้แล้ว มันต้องไปทำให้ข้างล่าง ต้องไปทำให้ชาวบ้าน เพราะชาวบ้านคือ ท้องถิ่น นี่คือแรงบันดาลใจ

... เมื่อมีแรงบันดาลใจขึ้นมา ผมก็ได้มีโอกาสรับรู้ และเรียนรู้ ในเรื่องของ KM ผมไม่ได้ใช้ KM เป็นตัวตั้ง แต่ผมคิดว่า KM ได้มาช่วยให้ผม และกลุ่มเป้าหมายให้เกิดศรัทธาได้อย่างไร และคงไม่ใช่เครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น จะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย

โครงการที่ผมทำในด้านนี้ก็จบไปแล้ว มักไม่ต่อ ก็ต้องรอ ได้เป้าหมายมาประมาณ 20 กว่าคน ก็ต้องรอ ... บอกให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้การใช้ KM ในการทำงาน เป็นการเริ่มต้นเรียนรู้การใช้ KM ในตัวบุคคล และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ ธรรมชาติของการเรียนรู้ของคนเรามีความต่างกัน มีความหลากหลายมาก

ช่วงหลังๆ นี้ ผมเริ่มจาก อบต. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่ง อบต. มีประวัติว่า อบต. คือ "อมทุกบาททุกสตางค์" แต่ว่า อบต. ที่ผมไปทำงานด้วยนั้นมีวิสัยทัศน์ครับ ... นายกฯ เขาคิดว่า ถ้าไม่พัฒนาทีม พัฒนาคน มันทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจะมาตั้งรับคงเป็นไปไม่ได้ และบอกว่า เดี๋ยวนี้ท้องถิ่นมีการขับเคลื่อนไปเยอะมากแล้ว ถนนหนทางก็ทำไปเยอะแล้ว เขาก็เลยบอกว่า สร้างคนดีกว่า ... แรงผลักดันเช่นนี้ ทำให้เขาอยากเรียนรู้ เขาก็แสวงหาเพื่อน หาเครื่องไม้เครื่องมือที่จะไปพัฒนาคน พัฒนาทีมของเขา เราก็ไปทำกับเขา

พอไปทำ สิ่งที่เราเรียนรู้ต่อมาก็มีเรื่องของ การที่สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปเนียนในมิติของเขา เข้าไปโดยไม่ได้แตกแยก ไม่ได้เป็นภาระของเขา เราได้เรียนรู้เยอะมาก ชาวบ้านนี่ถ้าเรียกว่ามาประชุม เขาไม่มาหรอกครับ ถ้าเขาต้องทำมาหากิน เราต้องเอาเขาเป็นตัวตั้ง ถ้าเป็นเวลาทำมาหากินของเขา เราก็จะบอกว่า เขาไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ได้ครับ

สิ่งที่ผมทำเวลาผมเข้าไป ผมจะใช้วิธี ... พยายามชวนคุยกัน นายกมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ที่อยากจะปรับปรุง คือ

  • ปักธงร่วมให้ได้ก่อน เป็นการ Share Vision อันดับแรก
  • และก็พาเรียนรู้ (Active Learning) ... เรียนรู้อะไร ก็เป็นการชวนเรียนรู้ในเรื่องการพัฒนาท้องถิ่น ในฐานะที่เป็นนายก อบต. เป็นรัฐบาลท้องถิ่น ก็ต้องมีวิธีการในการพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาเศรษฐกิจ ก็จะได้เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง จากการพาเรียนรู้
  • จูงใจให้เห็นถึงความภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำ ผลกระทบของปัญหาบางอย่าง เช่น เรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ก็อาจมีผลกระทบถึงลูก หลาน
  • หาวิธีการโดยใช้เครื่องมือทางสังคม ความเอื้ออาทร ที่มันยึดโยง ด้วยการกระตุ้น การรื้อฟื้นให้คนเกิดความสนใจกันและกัน และจัดการเรื่องเงินเพื่อการพัฒนาชุมชน
  • หาคนเก่งในชุมชน ที่จะมาดูกันเอง หาคนในท้องถิ่นที่มีความเก่งในเรื่องอะไร เป็นการจัดการความรู้ในท้องถิ่นก่อน ถ้าไม่พอก็ค่อยหาคนข้างนอก
  • ตรงนี้จะเท่ากับรู้ทุนของตัวเองแล้ว เขาก็จะเห็นภาพอนาคตที่ดีกว่าเดิม เขาก็จะไปเรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์ โยงใยไปในสิ่งใกล้ตัว
  • และให้มีการเรียนรู้ระหว่างการกระทำ

สิ่งที่ผมได้นำ KM เข้าไปใช้ในตรงนี้นั้น ก็เห็นว่า KM ก็น่าจะเป็นฐานเสียงให้กับนายกฯ ได้ เพราะได้เห็นว่า ไม่เคยมีนายกฯ คนไหนที่สนใจในเรื่องพัฒนาคน นายกฯ ก็มีแต่สร้างถนนหนทาง ... ตำบลหนึ่งมีหลายหมู่บ้าน ถ้าเข้าไปทุกเดือน ชาวบ้านเขาก็จะให้ความสนใจ เพราะฉะนั้น KM ก็เป็นฐานเสียงให้กับ นายก อบต. ได้

เวลาเราบอกว่า การเอา KM เข้าไปในชุมชน ในวิถีชาวบ้าน มันไม่ยาก แต่ขอให้ "เข้าใจเขา และเอาเขาเป็นตัวตั้ง" นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือ ก็จะเกิดความศรัทธา และความสนุกสนาน

อ.ประพนธ์ ได้กล่าวเสริมให้ตอนท้ายสุดค่ะว่า ...

"นี่เป็นสิ่งที่เป็นบริบทขององค์กรท้องถิ่น ที่เรามาคิดในบริบทขององค์กร ... ต่อไป อบต. ก็อาจมีการซื้อเสียงที่เนียนอยู่ในเนื้องาน ก็มาจากการจัดการความรู้นี่เองครับ

คุณทรงพลได้เชื่อมโยงประเด็นที่สำคัญมาก ท่านได้พูดถึง

  • คำว่า LO หรือ Learning Organization ซึ่งตรงกับที่ Peter Senke ได้อธิบายไว้ และในเรื่องของ Share Vision ซึ่งคุณทรงพลใช้คำว่า “ต้องปักธง” และไม่ใช่ข้อความวิสัยทัศน์ที่อยู่แต่ในกระดาษ ต้องอยู่ในใจของคนเหล่านั้นด้วย ต้องมีความศรัทธา
  • ... ตัวที่ 2 คือ E-learning พาเรียนรู้ รู้หมด รู้ปัญหาหมด ถ้ามองในบริบทองค์กร ก็คือ องค์กรมีปัญหาอะไร
  • เสร็จแล้วที่น่าสนใจคือ โยงใยปัญหานั้นไปสู่ภาพใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องของ System Thinking มีการจูงใจเห็นปัญหา
  • ในที่สุดก็อาจจะทำให้ไปสู่ Mental Model กรอบกระบวนการทางความคิด
  • ... ไปสู่ Personal Mastery ที่ทำให้เราอยากรู้ อยากพัฒนา

ซึ่งคุณทรงพลได้ยกตัวอย่างสมบูรณ์ ... เพราะฉะนั้น ถ้า KM ไปได้อย่างนี้ KM กับ LO ก็จะเป็นเรื่องเดียวกันได้เลย ไม่ได้แยกกันเลยครับ"