ตอนที่ 1 

        การประชุมรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ที่เล่าแล้วในตอนก่อน     ทำให้ผมได้เข้าใจว่าประเทศเล็กๆ แบบประเทศไทย มีโอกาสทำประโยชน์ให้แก่โลกได้มาก ถ้าเราทำเป็น

        จบการประชุม คนที่มาร่วมจากทั่วโลก บอกว่าเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก     เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนอย่างเปิดเผยและฉันท์มิตร     ในเรื่องที่ซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจจากหลากหลายมุมมอง      โดยที่มุมมองและผลประโยชน์อาจต่างกัน     เป็นเวทีที่ถ้าจัดโดยหน่วยงานระหว่างประเทศที่เป็นผู้นำด้านนี้โดยตรง (เช่นองค์การอนามัยโลก)  บรรยากาศก็จะไม่เป็นอย่างนี้     จะมีบรรยากาศของการรักษาผลประโยชน์ รักษาหน้า การล็อบบี้     ไม่เป็นบรรยากาศวิชาการ และมิตรภาพอย่างนี้   

        แม้ผมจะมีชื่อเป็นประธานของ organizing committee แต่จริงๆ แล้วผมมีบทบาทน้อยมาก     หรือกล่าวได้ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย      น้องๆ เขาบอกให้ทำอะไรผมก็ทำ     และไม่เข้าไปยุ่งกับรายละเอียดของการประชุม     ปล่อยให้ทีม secretariat เขาได้มีโอกาสตัดสินใจเอง     โดยที่ทีมนี้นำโดย นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ,  ศ. นพ. วันชัย วนชีวนาวิน,  และ รศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา    ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า คนแก่ต้องฝึก "ทำงานแบบไม่ทำงาน"      คงเพราะผมประพฤติตัวเช่นนี้กระมัง จึงมีคนชอบเอาหน้าที่มาให้ผมมากมาย     โดยที่หลายงานผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย     บอกให้เขาไปเอาคนอื่นเขาก็ไม่เอา     เขาคงกลัวโดนเข้าไปยุ่ง

         นั่นคือข้อเรียนรู้อีกข้อหนึ่ง     ข้ออื่นๆ ได้แก่
           @ พระบารมีของสมเด็จพระบรมราชชนก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ   สมเด็จพระเทพรัตน์     ช่วยทำให้ชื่อของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ  สามารถนำมาใช้ทำประโยชน์ให้แก่โลกและมนุษยชาติได้อีกทางหนึ่ง     คือทางจัดการประชุมเชิงระบบ เชิงนโยบายด้านสุขภาพ     เพื่อส่งเสียงให้สติแก่โลก ในการพัฒนาระบบสุขภาพของโลก
           @ การประชุมนี้ ช่วยสร้าง visibility ให้แก่รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ อย่างมาก     คนที่มาประชุมจะจดจำรางวัลนี้ได้ตลอดไป    และจะกลับไปกล่าวขวัญความประทับใจต่อการประชุมครั้งนี้กันไปอีกนาน 
            @ ประเทศไทยเรามีศักยภาพสูงมาก ในการจัดการประชุมนานาชาติแบบนี้     แต่เราต้องรวมพลังกันโดยหลายหน่วยงาน    การประชุมครั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศก็มาช่วย     กระทรวงสาธารณสุข    มหาวิทยาลัยมหิดล   ศิริราช    ทีมเล็กๆ ของมูลนิธิฯ    ร่วมมือช่วยกันคนละไม้ละมือ     ผมมองว่าพระบารมีเป็นพลังเชื่อมความสามัคคีในการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายในครั้งนี้

         แม้จะเหนื่อย แต่ผมก็มีความสุข ที่ได้รับใช้ประเทศไทย  รับใช้พระราชวงศ์     และได้มีส่วนสร้างสะเก็ดความดีเล็กๆ ให้แก่โลก

วิจารณ์ พานิช
๒ ก.พ. ๕๐
โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส ปาร์ก