ไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกเท่านั้น ปัจจุบันชุมชนชนบทที่เริ่มเปลี่ยนเป็นชุมชนเมือง ครู โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและรู้เท่าทัน   รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้

ชุมชนเจริญขึ้น อยู่ในเขตเทศบาล ถนนลาดยางทันสมัย มีสัญญาณโทรศัพท์มือถิอ

      เพียงระยะเวลา ๖ ปีที่ผมมาปฏิบัติหน้าที่ ผอ.โรงเรียนเชียงกลมวิทยา โรงเรียนมัธยมประจำตำบลแห่งนี้ นอกจากโรงเรียนเองจะมีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน จนเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝันแล้ว ชุมชน ผู้ปกครองก็มีการพัฒนาเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้รับการเพิ่มเติมอย่างเพียงพอ เศรษฐกิจ การค้า การเกษตรที่ดีขึ้นทำให้ประชาชนมีรายได้พออยู่พอกิน ถนนดีขึ้น รถยนต์ รถจักรยานยนต์มีมากขึ้น การพัฒนาอย่างเร็วนี้หากเรารู้ไม่เท่าทันย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลร้ายต่อวิถีชึวิตของชุมชน

 

พืชเศรษฐกิจหลักของชุมชน คือ ยางพารา ผลไม้ เช่น มะขาม  ข้าวโพด กล้วย มะม่วง ฯ

     การเปลี่ยนวิถีชีวิตกับคนรุ่นเก่าอาจจะทำได้ช้าและทำความเข้าใจได้ยาก สิ่งหนึ่งที่ครูซึ่งเป็นผู้มีปัญญาในชุมชนจะช่วยเตรียมการรับการเปลี่ยนแปลงนี้คือการอบรมนักเรียนให้รู้เท่าทัน โดยเฉพาะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความสะอาดของบ้านเมือง การลดการเกิดอุบัติเหตุในถนน การลดการใช้สารเคมีในการเกษตร สิ่งเหล่านนี้เราต้องสร้างประสบการณ์จริงให้เกิดกับในเรียนในโรงเรียน เราจึงมีโครงการ โครงงาน แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายตามสภาพที่เราทำได้ให้มีขึ้นในโรงเรียนและมุ่งเน้นให้นักเยนมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต ไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้เวลาว่างหารายได้ระหว่างเรียน ศึกษาเรียนรู้ในโลกกว้างที่เราสามารถเข้าถึงได้หลาย ๆ วิธี กล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างเสริมสุขภาพกาย-จิต ด้วยการกีฬา ดนตรี ศิลปะ  ถ้าทุกคนตระหนักในเรื่องนี้พร้อมกันทุกสถานศึกษา โดยถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สังคมมอบหมาย ก็เชื่อว่าเยาวชนของเราในวันข้างหน้าไม่ว่าจะอยู่ในซอกใดของประเทศจะมีความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่ถั่งโถมเข้ามาสู่เราโดยไม่ขาดสายได้แน่นอน

โอกาสหน้าจะนำลงในข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ต้องไปร่วมงานชุมชน(งานสีดำ) ก่อนแล้วจะเล่าในบันทึกครั้งต่อไปว่าโรงเรียนมีบทบาทอย่างไรกับการเอื้ออาทรต่อกันบ้าง

บรรจง  ปัทมาลัย  ๘ ก.พ.๕๐  ๒๑.๒๙ น.