เรียนรู้ด้วยการเก็บตกประเด็นจากการประชุม คบปจ.

ชายขอบ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
“ความร่วมมือแบบไตรภาคีเพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชน”

     เรียนรู้ด้วยการเก็บตกประเด็นจากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานหลักประกันสุขภาพ จังหวัดพัทลุง (คบปจ.) ครั้งที่ 3/2548 ในวันที่วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2548 ณ ห้องประชุมศรีแก้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ประเด็น “ความร่วมมือแบบไตรภาคีเพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชน

     เริ่มต้นด้วยประเด็นที่นายกาจ ดิษฐาอภิชัย คบปจ.ภาคประชาชน กล่าวว่าจากการที่ได้ประชุมมา 4 – 5 ครั้ง ก็ยังงง ๆ อยู่ และก็ต้องคิดกันต่อไปว่าทำอย่างไรที่จะให้คณะอนุกรรมการบริหาร ฯ ที่มาจากที่อื่น ไม่ใช่วงการสาธารณสุขรู้เรื่องบ้าง เอาล๊ะถึงไม่รู้เรื่องก็จะขอกล่าวถึงประเด็นดังต่อไปนี้

          - น่าจะมีงบพัฒนา อสม.ที่เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญ และมีความจำเป็นที่ต้องให้ อสม.หลุดออกจากการครอบงำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เป็นพลังของพื้นที่ และหาโอกาสเพื่อทำให้มีบทบาท มีส่วนร่วมในการดำเนินงานสร้างหลักประกันสุขภาพ

          - ในกรณีของเครือข่ายฯ ไม่ว่าจะเป็น CUP หรือเป็นของอำเภอ เขตพื้นที่รอยต่อ จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้คนกลุ่มหนึ่งคิดว่า “เรื่องของสุขภาพ เป็นเรื่องของเขา” จึงน่าจะจำเป็นต้องที่ต้องมีคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา เมื่อมีงบลงไป ก็จะได้ทำให้เป็นการทำงานแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเจ้าภาพสุขภาพเขาเอง

          - น่าจะมีงบลงไปเพื่อทำอย่างไร ให้ อปท.เลิกคิดที่จะถม แล้วขุด ขุดแล้วถม และสร้าง อาจจะใช้บารมีของ CEO โดยให้เกิดการทำงานร่วมกันของท้องถิ่น

     ประธาน (นพ.ยอร์น จิระนคร) ก็ได้ชี้แจงว่า เรื่องเกี่ยวกับ อสม. นั้นเห็นด้วย  สำหรับเรื่องเขตพื้นที่รอยต่อฯ ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือไปยังพื้นที่  คุณอนุชาฯ ก็กำลังทำอยู่  แต่ต้องเรียนว่าความพร้อมมีข้อจำกัด  ตอนนี้จะทำเป็นตัวอย่างก่อน  หากพิจารณาว่าเป็นปัญหาแล้วจะพยายามทำให้มากขึ้น โดยให้คุณอนุชาฯ รับไปบูรณาการกับการดำเนินงานตามโครงการไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชนที่จังหวัดพัทลุงกำลังดำเนินการอยู่

     ต่อด้วยนายยุสุบ   แหละตี ผู้แทนจากนายกเทศมนตรี กล่าวว่าในฐานะตัวแทนภาคส่วนท้องถิ่น เมื่อได้รับโอนงบ อสม.มา ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนโรงพยาบาลฯ บริหารจัดการเอง สำหรับปีนี้ ได้ตั้ง อสม.ชุดเดิม ให้มาอยู่กับเทศบาล ซึ่งก็ให้อสม.คิดเอง วางแผนเอง และดำเนินการเองครับ ซึ่งน่าจะได้ประสานกับ จนท.สาธารณสุขการดำเนินงาน แต่พอให้มาแล้วก็หายไปด้วย ไม่ทราบทำไมเหมือกัน ประเด็นนี้ ประธานฯ ก็ได้นำเรียนชี้แจงเรื่อง เงิบ อสม.(10,000 บาท ต่อหมู่บ้าน) ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่าย หรือการจัดการ จะไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่  อสม.จะเป็นคนดำเนินการโดยให้จนท.เป็นพี่เลี้ยงเท่านั้น แต่จะขอดูกันอีกทีในส่วนรายละเอียด ซึ่งนายยุสุปฯ ก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ แต่เกรงว่าจะเป็นการครอบงำทางความคิด หมายถึง งบที่ได้มาจะเกี่ยวข้องกับอสม. 20 คนเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดถึงชาวบ้านทั้งหมด

     ผมเป็นผู้เข้าร่วมประชุม ก็ได้ขออนุญาตต่อประธานฯ เพื่อชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้ฟังวันนี้ และแนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินงานของ สสจ.อยู่ขณะนี้ คือการการเชื่อมต่อกันแบบไตรภาคีฯ โดยขอให้พื้นที่ได้เริ่มเชื่อมให้ได้ทวิภาคีก่อน จากนั้นภาคีที่สาม จะเข้าไปจับ หากมีกรณีเช่นที่ว่านี้ก็ติดต่อแจ้งข่าวมาได้ และขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งถ้าเชื่อมติดได้แล้วอย่างอื่นเพื่อการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันก็จะเชื่อมได้หมด

     จากนั้นนายสมบูรณ์   บุญวิสูตร ผู้แทนนายกองค์การบริการส่วนตำบล ก็ได้ขอเชื่อมต่อด้วย และได้นำสนอการทำงานของ อบต.ร่มเมือง ดังนี้

          - แนวทางการจัดการงบฯ อสม. ของ   อบต.ร่มเมือง ตั้งแต่ ปี 2547 –2549 เงินที่ได้ไปใน
หมู่บ้าน ปี 10,000 บาท โดยปกติเป็นโครงการที่คิดโดย อสม.และผู้นำหมู่บ้าน แต่ติดอยู่ที่เขียนโครงการไม่เป็น โดยการจัดการจะมีกรอบใหญ่ๆ 3 อย่าง คือ ซื้อวัสดุ จัดกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และการพัฒนา อสม.แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าบางท้องที่ไม่ได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่

          - การดำเนินงานสุขภาพจิตของ อบต.ร่มเมือง งบ 20,000 บาท จะเป็นงบฯ จาก อบต.ส่วนหนึ่ง และจะมีงบส่งเสริมสุขภาพจาก อบต. และให้ทำเป็นรูปธรรม และเชื่อมประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กับ อบต.และจะทำเป็นเรื่องๆ ในการพัฒนาร่วมกันโดยการทำงานแบบบูรณาการ ขณะนี้ ตำบลร่มเมืองก็ผ่านการประเมินเป็นตำบลแข็งแรง ตามโครงการ Healthy Thailand แล้วด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

7495

เขียน

18 Nov 2005 @ 14:02
()

แก้ไข

19 Mar 2015 @ 08:31
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
อ่าน: คลิก