ก้าวใหม่ของขบวนพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราช

ก้าวสู่การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนทั้งแนวคิดและคนทำงานและลงลึกในกระบวนการจัดการทีมเรียนรู้

อาจารย์จำนงโทรศัพท์มาเล่าความคืบหน้าการอบรมBlogและแจ้งว่าได้รับเลือกเป็นBlogดีเด่น(อีกแล้ว) ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องการเป้าหมายที่มาจากการฝันร่วมกัน ซึ่งจะเป็นที่มาของความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ

ในส่วนของภาครัฐโดยการนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขับเคลื่อนโครงการKMเมืองนครอย่างต่อเนื่อง วางเป้าไว้6ปี เพื่อไปสู่ชุมชนอินทรีย์(เรียนรู้/พอเพียงและสุขภาวะ) จังหวัดพยายามเชื่อมโยงกับภาคชุมชนผ่านเครือข่ายยมนาและอบต.(ท้องถิ่น-ยังขาดเทศบาลและอบจ.)

ภาคชุมชนโดยเครือข่ายแผนแม่บทชุมชนนำโดยผญ.โกเมศร์ ทองบุญชูและคณะได้เชื่อมโยงกับมสช.โดยการสนับสนุนของสสส. ในส่วนงานนโยบายสาธารณะด้านคุณภาพชีวิตที่ดี

พอช.ร่วมกับภาคชุมชนมีแผนพัฒนาตำบลนำร่อง50ตำบลในนามหน่วยประสานความร่วมมือภาคประชาชน

พม.กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมกับภาคประชาสังคม

สกว.กำลังเข้ามาสร้างความร่วมมือให้เป็น1ในจังหวัดนำร่องตามแนวทางABC research

ศูนย์คุณธรรมก็ให้ความสำคัญอยากเข้ามาหนุนโครงการKMเมืองนคร

นอกจากนี้ ในขบวนชุมชนด้านองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชนก็กำลังขับเคลื่อนงานบูรณาการกองทุนระดับตำบล/จังหวัด เชื่อมโยงการเรียนรู้เป็นยุทธศาสตร์การทำงานระดับประเทศ
ในขณะที่เครือข่ายยมนาเองก็ทำงานเชิงรุกกับทุนทรัพยากรธรรมชาติในโครงการปลูกต้นไม้เปลื้องหนี้

ภาคธุรกิจได้รับการเชื่อมโยงโดยกลไกคณะทำงานของพม.แต่ยังไม่มีรูปธรรมในทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับแนวทางABC research ที่มีวัตถุประสงค์เชื่อมโยงภาคีธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมด้วยโดยใช้ฐานความรู้และการทำงานร่วมกันเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีฐานงานวิจัยในฝ่ายต่างๆอยู่ในพื้นที่นครศรีธรรมราช เช่น งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และงานวิจัยพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็นต้น

ทราบว่าผญ.โกเมศร์ ทองบุญชูได้ชักชวนผองเพื่อนร่วมหารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่29ม.ค.นี้

ผมเห็นว่า สถานะการณ์การมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่ซับซ้อนเช่นนี้ ต้องการการทำงานแบบเครือข่าย เพื่อนช่วยเพื่อนหนุนเสริมกันทั้งข้อมูลความรู้และการจัดการ เพราะเรามีทั้งประเด็นชาติที่ใช้พื้นที่เป็นตัวเดิน มีประเด็นสำคัญในพื้นที่ที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
นอกจากการแชร์ความฝัน เป้าหมายปลายทางและรายทางร่วมกันแล้ว ยังต้องการทีมทำงานเฉพาะทางจำนวนมากด้วย

ทีมBlogของอาจารย์จำนงเป็นทีมหนึ่งที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ระดับพื้นที่ อาจารย์บอกว่าทีมงานจะนัดพบกันเดือนละครั้ง ก่อนพบกันจะคุยกันทางBlogก่อน โดยจะขยายงานลงไปให้ถึงBlogตำบลโดยเชื่อมโยงกับอบต.

ทีมคุณอำนวยเริ่มไป1ครั้งแล้ว ผมเห็นว่าเราต้องสร้างทีมคุณอำนวยที่เป็นวิทยากรกระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้งเวทีทางการและไม่เป็นทางการให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับคุณลิขิตในอำเภอและตำบล

ในการพบปะกันเดือนละครั้งของวงคุณเอื้อ แต่ละหน่วยงานจะสรุปความก้าวหน้าของการเดินงานพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชเล่าสู่กันฟัง เป็นวงเรียนรู้ที่เข้ามาเสริมวงประชุมเป็นทางการของภาคราชการ

หวังว่าจะสามารถเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ อาชีวะศึกษาและอุดมศึกษาเข้ามาร่วมงานได้เพิ่มขึ้น

หวังว่าวงเรียนรู้คุณเอื้อจะขยายการมีส่วนร่วมเป็นภาคีทุกภาคส่วน

เรากำลังก้าวสู่การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนทั้งแนวคิดและคนทำงานและลงลึกในกระบวนการจัดการทีมเรียนรู้

หนทางยังอีกยาวไกล

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถาบันจัดการความรู้เพื่อชุมชน

คำสำคัญ (Tags)#บูรณาการหน่วยงาน#แก้จนเมืองนคร

หมายเลขบันทึก: 73826, เขียน: 22 Jan 2007 @ 16:26 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 17:07 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

ปัทมาวดี โพชนุกูล
IP: xxx.131.220.50
เขียนเมื่อ 

 "ประเด็นชาติ" ที่ใช้พื้นที่เป็นตัวเดิน เป็นการตอบโจทย์ของหน่วยงาน   น่าจะใช้ประเด็นพื้นที่เป็นตัวตั้ง แล้ว "เลือก"ประเด็นชาติที่เหมาะๆมาช่วยตอบโจทย์พื้นที่    บางที อาจต้องให้ "ชาติ" ช่วยสร้างประเด็นใหม่ๆ มาช่วยพื้นที่  ดังเช่น ประเด็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ (ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ)

ที่เห็นล่าสุด ชาวประมงเปลี่ยนไปทำกรงนกกันหลายครอบครัว  เพราะรายได้แน่นอนกว่า  นี่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของชาวประมง  ซึ่งใช้ได้แล้ว  หรือ พื้นที่ต้องช่วยกันหาทางเลือกที่ยั่งยืนกว่านี้

ถือว่าเป็นความเห็นจากคนนอกพื้นที่นะคะ ผิดถูกอย่างไรก็ต้องขออภัยด้วย 

เป็นกำลังใจให้ขบวนเมืองคอนค่ะ

 

นนท์
IP: xxx.131.220.50
เขียนเมื่อ 

ดีใจที่ได้เจอพี่ภีม (ขออนุญาตเรียกพี่)  ตอนนี้คงไม่ต้องสงสัยแล้วนะครับว่าผมเป็นใคร

ชาวประมงที่อาจารย์ปัทมาวดีว่า คงเป็นที่บ้านในถุ้ง อ.ท่าศาลานี่เอง  ผมไม่รู้ว่า ชาวประมงพื้นที่อื่นเขาหาทางออกกันอย่างไร

พี่ภีมครับ  ถ้าจะตั้งโจทย์ว่า ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดของพื้นทีคืออะไร   เรื่องสำคัญที่ไม่เร่งด่วนของพื้นที่คืออะไร  ไม่ทราบว่าจะพอมีคำตอบไหมครับ

ถ้าไทยไม่เกาะ FTA แล้วไทยจะตกกระแส  ไทยก็เลยเสียเวลาไปคิดนโยบายด้านนั้น ทั้งๆที่มันอาจจะไม่ได้สำคัญอะไรจริงๆกับประเทศ (ผมไม่รู้นะ)

ในทำนองเดียวกัน ถ้าพื้นที่ไม่เกาะประเด็นชาติ จะตกกระแส ทำให้พื้นที่ต้องไปพยายามทำประเด็นชาติ ทั้งๆที่มันอาจไม่ได้สำคัญอะไรจริงๆกับพื้นที่ รึเปล่า (ผมไม่รู้อีกเหมือนกัน)  แต่ถ้าประเด็นชาติกับประเด็นพื้นที่สอดคล้องกัน  ก็ถือว่าดีที่สุดครับ