GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

มหาวิทยาลัยกับงานวิจัย การปรับเปลี่ยนเพื่อภารกิจสร้างสรรค์ปัญญา ตอน 6 (1)

ผู้ที่ยังมีคุณสมบัติต่ำกว่านี้ก็ให้อยู่ในระบบการสร้างอาจารย์ คือมีทุนสนับสนุนให้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท – เอก และมีการฝึกอบรมหลังปริญญาเอก คือ แยกระบบการสร้างอาจารย์กับระบบการใช้อาจารย์ออกจากกัน ไม่ใช่รับผู้จบปริญญาตรี – โท เข้าเป็นอาจารย์แล้วส่งไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท – เอก อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

         < เมนูหลัก >

         ตอน 6 (1)

         ปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างมหาวิทยาลัย ภารกิจหลักสร้างสรรค์ปัญญา

         แยกระบบการสร้างกับการใช้อาจารย์

         มหาวิทยาลัยไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าคุณสมบัติขั้นต่ำของคนที่จะเป็นอาจารย์ คือ ระดับใด หากจะให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเข้มแข็งทางการวิจัยจริง ๆ อาจารย์ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือจะให้ยิ่งดีก็ต้องผ่านการฝึกอบรมหลังปริญญาเอกเป็น “รีเสิร์ชฟิลโลว์” ( Research Fellow ) มาแล้ว

         คนที่มีหน่วยก้านดี และเพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาเอก หากอยากเป็นอาจารย์ที่มุ่งทำงานวิจัยเป็นหลัก ควรมีระบบให้เตรียมสร้างตัว โดยสมัครเข้าทำงานวิจัยกับศาสตราจารย์ที่มีฝีมือด้านการวิจัยระดับเยี่ยมในด้านที่ตัวเองสนใจ

         รวมทั้งจะต้องมีเงินสนับสนุนการวิจัย ให้แก่ศาสตราจารย์ระดับนี้เพียงพอให้สามารถจ้างผู้จบปริญญาเก่ง ๆ มาเป็นทีมงานวิจัยได้ ระบบเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ 3 ด้าน คือ

         1. เป็นการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง

         2. เป็นการส่งเสริมให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์ จากศาสตราจารย์ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความสามารถสูงโดยศาสตราจารย์ผู้นั้นได้ทำงานสร้างสรรค์ ทางวิชาการอันเกิดประโยชน์ต่อสังคม และ

         3. เป็นการส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบสร้างสรรค์วิชาการของประเทศ

         นั่นหมายความว่า ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งทางวิชาการ จะต้องเป็นคนที่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า สามารถทำงานวิจัยในระดับหัวหน้าโครงการได้

         ผู้ที่ยังมีคุณสมบัติต่ำกว่านี้ก็ให้อยู่ในระบบการสร้างอาจารย์ คือมีทุนสนับสนุนให้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท – เอก และมีการฝึกอบรมหลังปริญญาเอก คือ แยกระบบการสร้างอาจารย์กับระบบการใช้อาจารย์ออกจากกัน ไม่ใช่รับผู้จบปริญญาตรี – โท เข้าเป็นอาจารย์แล้วส่งไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท – เอก อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

         ทั้งนี้ทุนศึกษาต่อระดับปริญญา โท – เอก และค่าจ้างผู้ช่วยวิจัยระดับหลังปริญญาเอกต้องสูงพอที่จะดึงดูดคนเก่งเข้ามาในระบบวิชาการได้  

         บทความพิเศษ ตอน 6 (1) นี้ได้ จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 9 ล. 2816 (108) 6 มิ.ย. 39 พิเศษ 6 (บทความไอที)

         เขียนโดย ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช

         วิบูลย์ วัฒนาธร

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 7325
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขออนุญาตเสนอความคิดเห็นครับ ผมพยายามติดตามบทความนี้ตลอด แต่ก็ดูแล้วอาจารย์วิจารณ์เขียนไว้เมื่อ 9 ปีก่อนที่ยังไม่ได้นำเรื่องของKMมาใช้ ทำให้มองว่าการวิจัยเท่านั้นที่จะสรางความรู้ได้ แต่ในปัจจุบันพบแล้วว่าการสร้างความรู้ สามารถสร้างด้วยงานวิจัยและการจัดการความรู้ การที่มองเฉพาะคนที่จบปริญญาเอกอย่างเดียว อาจจะได้คนที่มุ่งตั้งหน้าตั้งตาเรียนแต่ไม่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติจริง ทำให้ความรุ้ที่ได้หลุดออกไปจากความเป็นจริงของสังคม การสร้างความเป็นเลิศด้วยการสรางสรรค์ความรุ้แก่สังคมของมหาวิทยาลัย น่าจะมองที่การร่วมกับพื้นที่หรือหน่วยปฏิบัติเพื่อลงไปสร้างความรู้ร่วมกันโดยการจัดการความรู้หรือการวิจัยปฏิบัติการ ซึ่งผมคิดว่าวิจัยเชิงคุณภาพ วิจัยปฏิบัติการและการจัดการความรู้มีความคล้ายกันมาก